์กลับเปิดไม่ติด เพราะว่ามันพังไปแล้ว!เธอจ้องมองไปที่โทรศัพท์ที่ตอนนี้พังไปแล้ว ก่อนจะพยายามคิดหาทางแก้ไข“ถ้าอยากจะใช้โทรศัพท์ละก็ ใช้โทรศัพท์ผมก็ได้ แต่มันอยู่ในกระเป๋ากางเกง คุณล้วงมันออกมาสิ” จิ่งเป่ยเฉินเอ่ย ทันใดนั้นเธอก็รีบเก็บโทรศัพท์ตัวเองลงกระเป๋าทันที วันนี้ดูท่าคงต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่แล้วจริง ๆเมื่อเห็นอันโหรวไม่ขยับไหวติงใด ๆ เขาก็เอ่ยถามขึ้นว่า “เป็นอะไรไป ไม่ใช้แล้ว?”เธอเหลือบมองไปยังโทรศัพท์ที่เผยรูปร่างให้เห็นอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขา ก่อนจะเสมองไปนอกหน้าต่าง “ไม่ใช้แล้วค่ะ”เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา แต่เมื่อเธอไม่ใช้แล้วจึงเก็บใส่กระเป๋าอีกครั้งในรถตอนนี้มีแต่ความเงียบงัน หลังจากที่มาถึงโรงเรียนอนุบาล มองจากไกล ๆ ดูเหมือนว่ามีผู้ปกครองน้อยลงแล้ว พวกเขาคิดว่าตัวเองคงมาช้าไปแย่แน่ ๆ ถ้าคิดจะหนีตอนนี้คงไม่ทันแล้วจิ่งเป่ยเฉินจอดรถ ก่อนที่พวกเขาทั้งสองคนจะเดินลงจากรถและเข้าไปในโรงเรียนอนุบาลอันโหรวเริ่มเป็นกังวล พลางรีบเดินไปข้างหน้าโดยทิ้งระยะห่างจากเขาไว้ แต่เมื่อไม่เห็นเด็กน้อยทั้งสองคน จิ่งเป่ยเฉินก็เริ่มจ้องมองไปที่อันโหรว พลันคิดว่าพวกเขาคงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่ไหมจิ่งเป่ยเฉินมองไปยังรอบ ๆ ทิวทัศน์พวกนี้นับว่าไม่เลวทีเดียว อากาศถ่ายเทดี สภาพแวดล้อมก็ใช้ได้ ภาพต่าง ๆ ที่ถูกวาดตามผนังก็ดูน่ารัก ไร้เดียงสา นั่นทำให้เขาคิดถึงหน่วนหน่วนขึ้นมาทันที“ประธานจิ่งคะ ขอฉันใช้โทรศ