เหอเหมียวอยู่ที่นี่ด้วย เธอก็เลยไม่รู้สึกสบายใจเท่าไรนัก“หัวหน้าทีม เหอเหมียวคนนั้นเป็นคนรักของโอวหยางลี่ ทางที่ดีให้เธอออกไปจะดีกว่านะ” ในเมื่อที่นี่เป็นสตูดิโอถ่ายภาพของบริษัทจิ่ง ถ้าหากเหอเหมียวดูแล้วเอาไปบอกโอวหยางลี่ละก็ แผนที่เธอวางไว้มีหวังต้องถูกคนอื่นชิงเอาไปแน่ ๆ“ในเมื่อเธอมาหาคน และฉันก็เป็นคนพาเธอเข้ามา แล้วจะให้ฉันไล่เธอออกไปเนี่ยนะ?” ฉิวซีเอ่ยโดยไม่ได้หันไปมองตอบเพราะสายตากำลังจับจ้องไปที่เหอเฉ่า“รูปภาพพวกนี้ก็ค่อนข้างสำคัญ” อันโหรวเดินไปรอบ ๆ ก่อนจะตัดสินใจพลางหันไปมองเหอเหมียวที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ด้วยความสบายใจเธอไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนนอกเลยสินะ ต่อให้เป็นคนในครอบครัวก็ควรจะรู้จักสำรวมบ้างสิ“คุณเหอ เมื่อครู่ฉันพูดอะไรไปไม่ได้ยินเลยเหรอคะ หรือว่าคุณจะหูหนวกตาบอด ไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดกัน?” เธอเดินเข้าไปถามด้วยท่าทีนิ่งสงบ เธอทำงานมาอย่างหนัก จึงไม่อยากปล่อยให้ความผิดพลาดเล็ก ๆ นี้เกิดขึ้น“ระวังคำพูดหน่อย อย่าคิดว่าตัวเองมีประธานจิ่งแล้วจะพูดแบบนี้ได้!” เหอเหมียวลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ พลางเงยหน้าขึ้นมองเธอเล็กน้อย “เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”“เพราะรู้ถึงต้องทำให้คุณออกไปยังไงล่ะ” เธอพูดขณะชี้นิ้วไปยังประตู “เชิญค่ะ!”“นี่เธอ…….” เหอเหมียวมองเธอด้วยความโกรธ ที่นี่เป็นบริษัทจิ่ง ถ้าหากมีความขัดแย้งหรือทะเลาะกันขึ้นมา เหอเหมียวรู้ดีว่าเธอคงจะเสียเปรียบแน่ ๆ และคงมีน้อยคนท