วเว่ยเหลือบสายตามองอันโหรว ก่อนจะคิดรู้สึกคุ้นเคยแปลก ๆ โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น มันเหมือนกับว่า…..แต่ด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง มองยังไงก็ไม่เหมือนกับผู้หญิงคนนั้น เพียงแต่ยังไงซะวันนี้เธอก็ไม่ได้มาหาคนอื่น เธอมาหาคนคนหนึ่งที่เธอต้องจัดการให้ได้“เหอเหมียว เธอครอบครองสามีของฉันอยู่ตั้งนาน คิดเหรอว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ” เหลียวเว่ยเค้นเสียงออกมาดัง ๆ ใบหน้าสวยยังคงสงบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นว่า “พูดตามตรงถ้าออกมา ฉันจะปล่อยให้เธอมีชีวิตอยู่ก็ได้”เมื่อใดที่เหลียวเว่ยจับจ้องชีวิตหรือใครก็ตาม ถ้าหากเธอต้องการ ทำไมเธอจะทำไม่ได้?“นั่นเป็นเพราะว่าเธอมันไร้น้ำยายังไงล่ะ พี่ชายโอวหยางชอบฉันจริง ๆ และฉันเองก็ชอบเขาด้วย เธอมีสิทธิ์ก็เพราะว่ายังไม่ได้หย่ากับเขาเท่านั้นแหละ!” เธอกล้าพูดจาแบบนี้เพราะเธอคิดว่าที่นี่มีคนอยู่เยอะ เหลียวเว่ยคงไม่กล้าทำอะไรตัวเธอแน่ ๆ
อันโหรวจึงอดไม่ได้ที่จะคิดสุภาษิตหนึ่งขึ้นมา “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” จริง ๆ
“สวยมาก” เธออุทานขึ้นมาหนึ่งประโยคอย่างจริงใจ “ไปกันเถอะ! เก็บความทรงจำแบบนี้ไว้ อย่าได้หลงลืมมันเชียว”“ขอบคุณนะคะคุณอัน” เธอยิ้มและยิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อเหอเฉ่าออกไปก็ดึงดูดสายตาผู้คนกลุ่มใหญ่ได้อย่างไม่ยากนัก อันโหรวที่ยืนมองจากไกลๆ รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้ ทันทีที่รู้สึกนึกคิดเช่นนี้ เมื่อบวกเข้ากับผลิตภัณฑ์น่าจะตรงกับ