างนั้นก็อย่าวิ่งไปวิ่งมา ฉันขอทำงานก่อน น่าจะใช้เวลาไม่นาน” เหอเฉ่อบอก ก่อนจะเดินไปทำงานต่อ และเมื่อเดินไปสักพักก็หันกลับมามองด้วยความไม่สบายใจอันโหรวและฉิวซีตอนนี้ยืนอยู่เคียงข้างกัน ทั้งคู่กำลังดูการถ่ายแบบที่ด้านหน้า เพราะว่าเหอเหมียวอยู่ที่นี่ด้วย เธอก็เลยไม่รู้สึกสบายใจเท่าไรนัก“หัวหน้าทีม เหอเหมียวคนนั้นเป็นคนรักของโอวหยางลี่ ทางที่ดีให้เธอออกไปจะดีกว่านะ” ในเมื่อที่นี่เป็นสตูดิโอถ่ายภาพของบริษัทจิ่ง ถ้าหากเหอเหมียวดูแล้วเอาไปบอกโอวหยางลี่ละก็ แผนที่เธอวางไว้มีหวังต้องถูกคนอื่นชิงเอาไปแน่ ๆ“ในเมื่อเธอมาหาคน และฉันก็เป็นคนพาเธอเข้ามา แล้วจะให้ฉันไล่เธอออกไปเนี่ยนะ?” ฉิวซีเอ่ยโดยไม่ได้หันไปมองตอบเพราะสายตากำลังจับจ้องไปที่เหอเฉ่า“รูปภาพพวกนี้ก็ค่อนข้างสำคัญ” อันโหรวเดินไปรอบ ๆ ก่อนจะตัดสินใจพลางหันไปมองเหอเหมียวที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ด้วยความสบายใจเธอไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนนอกเลยสินะ ต่อให้เป็นคนในครอบครัวก็ควรจะรู้จักสำรวมบ้างสิ“คุณเหอ เมื่อครู่ฉันพูดอะไรไปไม่ได้ยินเลยเหรอคะ หรือว่าคุณจะหูหนวกตาบอด ไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดกัน?” เธอเดินเข้าไปถามด้วยท่าทีนิ่งสงบ เธอทำงานมาอย่างหนัก จึงไม่อยากปล่อยให้ความผิดพลาดเล็ก ๆ นี้เกิดขึ้น“ระวังคำพูดหน่อย อย่าคิดว่าตัวเองมีประธานจิ่งแล้วจะพูดแบบนี้ได้!” เหอเหมียวลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ พลางเงยหน้าขึ้นมองเธอเล็กน้อย “เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”“เ