งเวลาคนอื่น ๆ ก็กำลังยุ่งอยู่กับการจัดฉาก เธอจึงเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัว เพื่อดูช่างแต่งหน้าที่กำลังแต่งหน้าให้กับเหอเฉ่าอยู่“วันนี้สภาพจิตใจนับว่าไม่เลว ถ่ายโฆษณาต้องออกมาดีแน่ ๆ” เธอพูดขณะเดินไปยังราวเสื้อผ้า มองดูเสื้อผ้าที่ถูกแขวนไว้อย่างพิจารณาเหอเฉ่าแม้ในใจคิดอยากจะพูด แต่เพราะกำลังแต่งหน้าอยู่จึงไม่อาจพูดได้ เธอแทบจะไม่กล้าขยับเขยื้อนตัวด้วยซ้ำ จึงทำเพียงนั่งเงียบ ๆ อยู่อย่างนั้นต่อไปทางด้านคนของแผนกวางแผนก็ยังไม่มีใครมา เพียงแต่ว่าโฆษณาชุดนี้อันโหรวเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว เธอจึงไม่สนใจว่าคนอื่นจะมาหรือไม่
“คิดไม่ถึงเลยว่าประธานจิ่งจะมีจิตนาการที่ล้ำเลิศขนาดนี้” เธอเดินเข้าไปด้วยรอยยิ้ม นี่ไม่ใช่เวลาทำงาน เธอจึงไม่ได้ใส่รองเท้าส้งสูงมาเหมือนตอนกลางวัน ตอนนี้เธอมาในชุดสบายๆ
จิ่งเป่ยเฉินยังคงจำเหตุการณ์เมื่อเช้าได้ดี ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าหลินจื่อเซี๋ยวปลุกเธอละก็ ป่านนี้เขาคงได้ใกล้ชิดเธอมากกว่านี้แล้ว“ฉันมาส่งอาหารเย็น เดี๋ยวก็จะไปแล้วนะคะ” เธอวางถุงเก็บความร้อนลงบนโต๊ะทำงานของเขาก่อนจะเตรียมตัวเดินออกไป“จะรีบไปไหน ไม่รอกลับบ้านพร้อมเลขาหลินล่ะ” จิ่งเป่ยเฉินดันเอกสารตรงหน้าไปด้านข้างและพูดขึ้น “คุณทำอาหารเป็นด้วยเหรอ?”“ก็ถู ๆ ไถ ๆ”“ไม่อร่อยงั้นเหรอ?” จิ่งเป่ยเฉินเอื้อมไปหยิบถุงอาหารขึ้นมาดู ถ้าหากต้องดูแลเด็ก ๆ ไม่มีอะไรที่ไม่อร่อยหรอก ไม่งั้นพวกเด็ก ๆ ทั้งสองคนคง