แล้วนับประสาอะไรกับจิ่งเป่ยเฉินที่เป็นผู้ชายควรตะโกนออกไปดีไหม?แต่หากตะโกนจิ่งเป่ยเฉินคงได้มองค้อนใส่เธอแน่ ๆ คงไม่ใช่แค่อันโหรวหรอกที่จะมองมายากจริง ๆ การที่ต้องอยู่ในรอยแยกระหว่างกึ่งกลางพวกเขาทั้งสอง“อันอีหาน ยังไม่ตื่นอีก ดูเธอสิ สภาพเป็นแบบไหนกันเนี่ย?” เธอยกแฟ้มขึ้นมา แม้จะยังอยู่ในอาการงัวเงียเมื่ออันโหรวได้ยินอย่างชัดเจนก็รู้ว่าหลินจื่อเซี๋ยวได้มาปลุก เธอจึงรีบลืมตาและวิ่งเข้าไปยังห้องทำงานของเธออันโหรวรู้ดีว่าตัวเองทำอะไรลงไปจึงไม่ได้พูดอะไรมาก เธอเดินตามจิ่งเป่ยเฉินเข้าไปยังห้องทำงานของเขา“ประธานจิ่งคะ นี่คือแผน” อันโหรววางแผนลงบนโต๊ะทำงานของเขาจิ่งเป่ยเฉินยื่นมือออกไปเปิดคอมพิวเตอร์ ก่อนจะสั่งอย่างไม่เป็นทางการว่า “เทน้ำที”“ฉันจะเรียกเลขาหลินให้นะคะ” เธอไม่ได้เทน้ำให้เขา แต่คิดจะเดินออกไปข้างนอกแทน ถ้าขืนทำให้แบบนี้ตลอด มีหวังถูกใช้ตลอดแน่ ๆ“ไม่ได้ยินคำพูดของผมเหรอ? คุณเป็นพนักงานของบริษัทจิ่ง เอาน้ำให้ผมแค่นี้ก็ไม่ได้?” จิ่งเป่ยเฉินเอนตัวหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาสีดำจับจ้องมาที่เธอตลอดเวลาอันโหรวเม้มริมฝีปากแน่น พลางคิดในใจว่านี่มันเกี่ยวอะไรกัน?จิ่งเป่ยเฉินยื่นมือออกไปหยิบแผนขึ้นมาอ่าน พลันดวงตาสีดำก็เปลี่ยนเป็นสว่าง เมื่อชำเลืองมองเห็นอันโหรวกำลังถือแก้วน้ำมาให้ เขาจึงทำทีว่ากำลังอ่านแผนในมือต่อราวกับไม่ได้สนใจมากนักอันโหรววางแก้วน้ำไว้ข้างมือของเขาโดยไม่พูดอะไร แต่เมื่อได