เป็นอะไร น้องสบายดีแน่นอนค่ะ”อันที่จริงตัวเธอนั้นเป็นกังวลอย่างมาก แต่เมื่อเห็นลูกชายของตัวเองเป็นแบบนี้ เธอก็ไม่อยากให้ลูกชายเป็นกังวลไปด้วย ในฐานะที่ตัวเองเป็นคุณแม่ลูกสอง เธอควรสงบสติอารมณ์ตัวเองให้ดีเมื่อเด็กน้อยค่อย ๆ สงบลงจึงสูดลมหายใจเข้า พลางเอ่ยอย่างสะอึกสะอื้นว่า “หน่วนหน่วนหายไปตอนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นตอนที่ดูทีวี ผมไปเข้าห้องน้ำ พอออกมาก็ไม่เห็นน้องแล้ว เห็นแค่ประตูอพาร์ตเมนต์เปิดอยู่”
“พนักงานบริษัทจิ่ง?” ควีนเอ่ยขึ้นพลางก้าวไปข้างหน้าและมองไปที่อันโหรวโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างใด ๆ ก่อนจะโค้งงอริมฝีปากด้วยท่าทางที่รังเกียจ “น่าเกลียดจริง ๆ ยังแกล้งทำเป็นพนักงานบริษัทจิ่งอีกนะ ออกไปเลย”
ริมฝีปากของอันโหรวกระตุกขึ้นเล็กน้อย เธอมองชายในชุดสูทที่กำลังไล่เธอออกไปด้วยท่าทีนิ่งสงบ ก่อนจะเอาบัตรพนักงานให้เขาดู “คุณคงเป็นควีนสินะ นี่เป็นบัตรพนักงานของฉัน ช่วยดูหน่อยค่ะ”ควีนไม่ตอบอะไร เขาทำเพียงชำเหลืองสายตามองเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็พลันต้องเบิกตากว้างมองอันโหรวอีกครั้ง “นี่คุณแต่งหน้ามานี่ คงไม่ใช่….”ทันทีที่เขาพูดจบก็ถูกมือของอันโหรวยกมือขึ้นห้ามปราบ “ฉันรู้ว่าฉันไม่อาจปกปิดสายตาพวกดีไซเนอร์ได้ แต่เรื่องการแต่งหน้าให้น่าเกลียดนี่เป็นนิสัยของฉันจริง ๆ นั่นแหละ”หลังจากที่อันโหรวพูดจบก็ดึงเหอเฉ่ามาข้างหน้า พลางแนะนำเธอให้เขารู้จัก “งานแถลงข่าวของบริษัทจิ่งจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ นี่คื