ะเดินกะเผลกไปอย่างช้าๆ เพื่อทิ้งระยะห่างจากจิ่งเป่ยเฉินสักเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะไม่ขยับไหวติงใดๆ“มานี่!” จิ่งเป่ยเฉินมองดูอันอีหานขยับออกไปเมื่อครู่ ดวงตาของเขาก็กลับมืดครึ้มลงชั่วขณะ ก่อนจะจับเธอกลับไปยังด้านข้างเช่นเดิม และใช้มือข้างเดียวกดไปที่เอวของเธอด้วยแรงนิดหน่อย เพื่อหวังที่จะโอบตัวเธอเอาไว้ “นี่คุณเกลียดผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงไม่อยากจะให้ผมสัมผัสแม้แต่น้อยเลยสินะ?”ใบหน้าของอันโหรวที่ตอนนี้กลับซีดขาวลงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด หน้าผากของเธอในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยเหงื่อเย็น ๆ ที่ซึมออกมา เมื่อได้ยินคำพูดของจิ่งเป่ยเฉิน เธอก็ส่ายหัวด้วยท่าทีที่จริงจัง “ฉันไม่เคยบอกสักคำว่าเกลียดคุณนะ”เธอก็แค่รู้สึกไม่คุ้นชินและไม่สบายใจเท่านั้นเองแต่นี่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า ตั้งแต่ที่เขาได้ปรากฎตัวขึ้น ตัวของเธอนั้นก็กลับมีความสุข เกิดความรู้สึกอยากจะพึ่งพิงในตัวเขาแต่ตัวของเธอเองก็หวั่นใจ กลัวว่าตัวเองจะถลำลึกลงไปมากกว่านี้สีหน้าของจิ่งเป่ยเฉินค่อย ๆ ผ่อนคลายลงอย่างช้า ๆ ก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นอะไรผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวของอันโหรว เขาก็ค่อย ๆ ย่อตัวลงมา ก่อนจะเอามือไปจับที่ข้อเท้าของอันโหรว เพื่อดูอาการบาดเจ็บที่ฝ่าเท้าของเธอ“ประธานจิ่ง ฉันไม่เป็นอะไรจริง ๆ ค่ะ คุณไม่ต้องห่วงหรอก!” อันโหรวงอเท้าขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เขาเห็นรอยแผล แต่ก็ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงสายตาของจิ่งเป่ยเฉินที่เปรียบดั่งค