นสภาพเช่นนี้ ก็อดที่จะพูดไม่ได้ว่า “ทำโทษเธอสักหน่อย ปล่อยให้เหอเหมียวได้รับความทรงจำที่โหดร้ายสักนิด แค่ไม่ต้องจริงจังถึงขั้นนั้นก็พอ!”อย่างน้อยตัวเธอเองก็ยังเป็นผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนกัน การกระทำแบบนี้ มันก็เหมือนกับหวังที่จะทำลายเธออย่างไม่ต้องสงสัยจิ่งเป่ยเฉินที่ตอนนี้กำลังทายาให้กับตัวของอันโหรว เขาค่อยๆเลิกคิ้วที่หนาดกดำขึ้น ก่อนจะเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูจริงจังและพูดออกไป “เธอสมควรได้รับแล้ว”อันโหรวเมื่อได้ฟัง ตัวของเธอก็รู้สึกแทบหายใจไม่ออก แต่เมื่อเห็นมือใหญ่ ๆ ของเขากำลังประคองขาเธอไว้ เธอก็พยายามดึงเท้าออกอย่างโกรธเคือง แต่ก็ถูกมือนั้นจับไว้เสียแน่นอีกครั้ง“อย่าคิดขยับเท้าเชียว ถ้าไม่อยากเจ็บ”“จะให้ได้ง่ายๆแบบนี้ได้ยังไงล่ะ ประธานจิ่ง คุณก็เหมือนกันนั้นแหละ ชอบทำท่าทางเหมือนกำลังขู่เด็กให้กลัวอยู่เรื่อย” อันโหรวตอบกลับ ก่อนจะไม่ขยับเท้าไปไหนเมื่อมองไปยังรูปลักษณ์ของผู้ชายคนนี้ที่ดูท่าทางจริงจัง ผมสั้น ๆ ที่ปิดบังคิ้วบนใบหน้าที่เรียงยาวดูคมเหมือนกับดาบ ดวงตาที่ดูมุ่งมั่นแฝงไว้ด้วยความจริงจัง มันช่างเป็นบรรยากาศทที่คล้ายกับฤดูใบไม้ผลิหลังจากภูเขาน้ำแข็งจากไปแล้วจริง ๆ [1]อันโหรวแอบตกตะลึงเล็กน้อย เมื่อเห็นจิ่งเป่ยเฉินจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จ ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้ามองขึ้นมาที่ตัวเธอ และกระตุกมุมปากขึ้น “มีอะไร? ดูแปลกไปยังงั้นเหรอ?”อันโหรวเมื่อตั้งสติขึ้นมาได้ เธอก็รีบหลบสายตาตัวเ