องสองสามครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ ทำจิตใจให้สงบลง และตอบกลับโดยไม่แสดงถึงความอ่อนแอใด ๆ “ประธานจิ่ง คุณคิดมากเกินไปแล้ว เมื่อครู่ฉันแค่คิดถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมาเท่านั้นเอง”จิ่งเป่ยเฉินแม้จะมีท่าทีเช่นนี้ ก็ขยับตัวของเขาเข้าใกล้ตัวเธอมากขึ้น ลมหายใจที่ร้อนผ่าว เป่ารดไปที่ต้นคอของเธอ “ทำไมใบหูคุณถึงแดงขนาดนี้? แถมตัวยังอุ่น ๆ อีก มีไข้ยังงั้นเหรอ ? หืม ?”อันโหรวอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงไป เขาที่รบกวนจิตใจของเธอในตอนนี้ มือและเท้าของตัวเธอเองก็ผลักไปยังจิ่งเป่ยเฉิน “ประธานจิ่งค่ะ ช่วยอยู่ห่าง ๆ ฉันด้วยค่ะ”“อยู่ห่าง ๆ เหรอ?” จิ่งเป่ยเฉินเงยหน้ามองเธอ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย และขยับมือโอบไปที่เอวของอันโหรวและพูดขึ้น “แบบนี้รึเปล่า? ”“ประธานจิ่ง…คุณ…” อันโหรวขบฟันแน่น ก่อนจะจับจ้องไปที่ตัวเขาเช่นกัน มันเหมือนกับเป็นการส่งสัญญาณ ทันใดนั้นแสงสว่างก็ปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มลงเรื่อย ๆ เมื่อดวงอาทิตย์ตก ก็ปรากฏร่างชายผู้หนึ่งที่กำลังเดินมาอย่างช้า ๆ แสงไฟของรถกลับส่องให้เห็นถึงใบหน้าที่เศร้าหมองของเขาจิ่งเป่ยเฉินมองไปที่ชายคนนั้นที่กำลังเดินเข้ามา ก่อนจะเผยนัยน์ตาที่ยิ้มเยาะออกมาด้วยท่าทีที่เยือกเย็น และพูดออกไปว่า “ในที่สุดคนก็มาเสียที โชว์สนุกๆ…กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!”[1] ดูอบอุ่นหลังจากผ่านบรรยากาศที่เย็นชา
ชายคนนั้นวางแขนไว้ที่เอวของอันโหรว ก่อนจะชำเหลืองสายตาที่เย็นชา และจับจ้