ที่เขาพูดก็ถูก ไม่มีรถ แล้วเธอจะกลับบ้านยังไง ต่อให้เดินไปก็คงถึงพรุ่งนี้เช้าพอดี ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาหยิ่งผยองเสียด้วย
“คุณไปเอารถเถอะ ฉันจะรอตรงนี้” สุดท้าย อันโหรวก็เอ่ยปากไปอย่างจำใจ
“ไม่ต้องรอนานหรอก เดี๋ยวจะรีบมาเลย” พูดจบ โอวหยางลี่ก็ถอดเสื้อสูทของเขาไว้และสวมมันให้กับอันโหรว เมื่อเห็นเธอกำลังจะถอดออกเขาก็รีบเอื้อมมือไปจับมือของอันโหรวเพื่อห้ามเอาไว้และพูดขึ้น “ร่างกายต้องอบอุ่นเข้าไว้ คืนนี้ลมแรง ระวังป่วยได้”
พูดจบ ก็ไม่ต้องรอให้อันโหรวเอ่ยตอบ เขาก็รีบตรงไปยังโรงจอดรถของสถานที่จัดงาน
อันโหรวเหลือบมองไปยังชุดสูทที่อยู่บนไหล่ของเธอ ไม่นานเธอก็ดึงมันออกโดยทันที
ตราบใดที่เป็นสิ่งของของโอวหยางลี่ เธอเองก็ไม่อยากจะได้มันอีกต่อไป
ก่อนหน้านี้เขาเคยห่วงใยเธอมากมาย จนทำให้เธอหลงมัวเมาในกับดักของความอ่อนโยน แต่ทว่าตอนนี้เขานั้น กลับทำให้เธอแค่รู้สึกรำคาญใจก็เท่านั้นเอง
ถูกหลอกครั้งเดียว ก็เพียงพอไม่จำเป็นต้องมีครั้งที่สอง
โอวหยางลี่รีบขับรถออกมาอย่างรวดเร็ว รถแฮมเมอร์ค่อยๆขับมาจอดใกล้หยุดอยู่ข้างๆเธอ
“ขึ้นรถสิ” โอวหยางลี่เปิดประตูออกให้
อันโหรวกำลังลังเลเล็กน้อย กัดริมฝีปากล่างไปมา ก่อนที่เธอจะเอื้อมขาเข้าไปในรถ จู่ๆก็มีแสงเจิดจ้ากะพริบไปมาก่อนที่รถที่เร่งมาด้วยเร็วและเหยียบเบรกเอี๊ยดต่อหน้าด้วยความรุนแรง
“อันอีหาน คุณกำลังทำอะไรน่ะ?” จิ่งเป่ยเฉินคิดไม่ถึงเลยว่า เขาที่จะโหดร้ายขนาดนี