หากเป็นแบบนี้ถูกส่งออกไปยังท่านประธานจิ่ง มีหวังได้ถูกตีกลับมาพอดี”“ใครบอกกัน?” จิ่งเป่ยเฉินเดินออกมาจากลิฟต์ของท่านประธาน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำ มันแฝงไปด้วยความมืดมนและเย็นชา“ประ…ประธานจิ่ง……….” ฉิวซีถึงกับผงะ และก็พูดอะไรไม่ออกอันโหรวๆค่อยเหลือบมองเขา ก่อนจะไม่ได้อะไรมาก ก้มหัวมองต่ำทำธุระของตัวเองต่อจิ่งเป่ยเฉินมองไปที่อันโหรวที่ยามนี้เธอนั้นไม่ได้สนใจท่าทางของเขาแต่อย่างใด ภายในใจกลับเกิดไฟลุกโชนขึ้น มองไปที่ดวงตาของเธอแล้วก็เกิดไฟปะทุขึ้นเล็กน้อยหลังจากเดินผ่านฉิวซีไป จิ่งเป่ยเฉินก็เอื้อมมือไปหยิบแผนบนโต๊ะของอันโหรว พลิกดูสองสามที จากนั้นก็ใส่กลับเข้าไป ก่อนจะแสดงสีหน้าที่ดูเรียบเฉย“ฉิวซี หัวหน้ากลุ่ม A ”ฉิวซีรีบก้าวข้าวไปข้างหน้าอย่างสั่นๆ ก่อนจะโค้งคำนับ “ค่ะ”จิ่งเป่ยเฉินไม่ได้เหลือบมองเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “เป็นเธอบอกว่า แผนอันนี้ผมจะไม่ดูมันยังงั้นสินะ?”“ฉัน… ฉัน…..” ฉิวซีพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเหงื่อเย็นๆก็เริ่มไหลรินออกมาที่หน้าผากของเขา พูดไม่ศัพท์จับไม่ได้ความ[1]โดยทันที“อา—–” จิ่งเป่ยเฉินหัวเราะหึด้วยน้ำเสียงเย็นชา ในช่วงขณะนั้นฉิวซีคิดว่าตัวเองคงตายแล้วแน่ๆ จิ่งเป่ยเฉินก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูรุนแรงเข้าไป “แผนนี่ ดูไปแล้วก็ไม่เข้าตาฉันจริงๆนั้นแหล่ะ”อันโหรวที่ก้มหน้าอยู่ตลอดเวลาก็เงยขึ้นมองหน้าเขา นี่เขาหมายความว่ายังไงกันแน่?ฉิวซีมองไปจิ่งเป่ย