็ต้องรับรู้ว่าเป็นเธอแน่ๆ โหรวโหรวเธอซวยแล้วล่ะ”
“อืม แต่ถึงอย่างไรฉันก็ไม่อาจยอมรับได้อยู่ดี วันนั้นเพราะเขาเมาไง ฉันปฏิเสธที่จะยอมรับแต่ก็ช่วยไม่ได้” อันโหรวกลัวว่าจะพูดเปิดเผยถ้าหากพูดอะไรมาก ไม่นานก็เอ่ยพูดขึ้นไปว่า “จื่อเซี๋ยวเธอนอนเร็วหน่อยก็ดี อย่านอนดึกมาก ไม่งั้นละก็จะไม่มีแรงสู้กับบอสได้แน่”
หลินจื่อเซี๋ยวนิ่งค้าง และคิดทบทวนว่าบอสที่เธอพูดนั้นคือจิ่งเป่ยเฉินนี่ ก่อนจะรีบวิ่งลุกขึ้นไปที่ห้องนอนของตนทันที
อันโหรวหัวเราะเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมานิดหน่อย เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นไปตามที่ตนคาดไว้ได้หรอก
เธอไม่รู้ว่าอันหยางตอนนี้นอนไม่หลับ และก็ไม่รู้ว่าเขากำลังวางแผนจะทำอะไรอยู่
ในความมืดมิดในห้อง มีแสงจันทร์สลัวสาดส่องเข้ามาที่หน้าต่าง เด็กน้อยตัวเล็กกำลังลุกจากเตียง ก่อนจะละเละหาของบางอย่างในความมืด ก่อนจะหยิบออกมา ซึ่งมันเป็นชุดสีดำขนาดใหญ่
ก่อนที่อันหยางจะตรวจดูอีกรอบ อันหยางค่อยๆจ้างมองไปที่ใบหน้าที่ครึ่งนึงของกระจก ก่อนจะหยักหน้าตอบรับกับตัวเอง ความพึงพอใจและหยิบหมวกทรงเตี้ยสีดำออกมาจากกล่องเมื่อทั้งสองรวมเข้าด้วยกันใบหน้าก็ดูเย็นชาเล็กน้อย ความสมบูรณ์แบบถูกปกคลุม
“พรุ่งนี้ ฉันจะต้องไปพบคุณลุงนิสัยไม่ดีคนนั้นให้ได้” อันหยางพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่แสงบนใบหน้าเล็กๆของเขาจะเผยท่าทางที่มั่นใจ ราวกับคิดเรื่องนี้มานานแล้วสักพัก
เมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นมาถึง อันโหรวและหลินจือเซี๋ยว