ดเจนพอตัว
เมื่อความโกรธเกรี้ยวผ่านไป จิ่งเป่ยเฉินก็ค่อยๆสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ก่อนจะเลียริมฝีปากอย่างชั่วร้าย และเคาะไปที่พวงมาลัยด้วยนิ้วของเขาแต่ละนิ้ว ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง และเอ่ยออกไปว่า “โหรวโหรว ถ้าหากเธอจะเล่นเกมแบบนี้กับฉันละก็ ฉันจะเล่นกับเธอก็ได้ เพียงแต่สักวันหนึ่ง ฉันจะทำให้เธอต้องเอ่ยปากยอมแพ้อย่างแน่นอน”
เมื่อเอ่ยคำพูดไปแล้ว เขาก็กระแทกคันเร่งและขับรถเลยอันโหรวไป
……
เมื่อถึงบ้านของหลินจื่อเซี๋ยว
อันหยางเมื่อถึงบ้านกลับนั่งไม่ติด ได้แต่เดินซ้ายทีขวาที มือเล็กๆของเขากำโทรศัพท์ของอันโหรวแน่น ใบหน้าน้อยๆเต็มไปด้วยความกังวล
“หยางหยาง หนูน่าจะนั่งลงหน่อยนะ น้ารู้สึกมึนหัวแล้ว” หลินจือเซี๋ยวจับไปที่ขมับหัว มันดูเหนื่อยๆเมื่อยล้าพอสมควร
วันนี้มันเหนื่อยล้ามากพอ ราวกับไปสู้รบตบตีกับอะไรมา……
“น้าจื่อเซี๋ยว ผมออกไปตามหาแม่จ๋านะ” อันหยางทนไม่ไหว ดวงตาคู่น้อยของเขากลับมืดมนลง เขาหมุนตัวและเตรียมเดินไปตรงหน้าประตูเพื่อออกไป
“เฮ้อ หยางหยาง…..” หลินจื่อเซี๋ยวรีบเอ่ยเพื่อหยุดเขาไว้ เธอรีบลุกขึ้นจากโซฟาด้วยความรวดเร็ว
ประตูกลับถูกเปิดจากภายนอก อันโหรวผลักประตูเข้ามา ก่อนจะรีบหยุดร่างของลูกชายตัวเล็กของเธอ
“แม่จ๋า ในที่สุดแม่ก็กลับมาแล้ว!” อันหน่วนเมื่อเห็นอันโหรว ดวงตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นลุกวาว และรีบกระโดดขาน้อยๆของเธอเข้ามาที่อ้อมแขนของอันโหรว “แม่จ๋า กอดกอด”
อันโหรวยิ้มและกอดลู