น้อยก่อนจะกลับไปใช้เสียงที่แหบแห้งเหมือนเช่นเคย
“เธอโกหกฉัน! เธอคิดจะซ่อนตัวอีกถึงเมื่อไหร่กัน?” จิ่งเป่ยเฉินกัดฟันด้วยความโศกเศร้า เพราะในแต่ละวัน แต่ละวันเขาแทบจะหายใจไม่ออกมันอึดอัดเสียยิ่งกว่าอะไร
มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ ว่าตลอดเวลาห้าปีที่ผ่านมา เขานั้นผ่านอะไรมาบ้าง!
มือใหญ่ๆของชายคนนั้นกำลังจับข้อมือของอันโหรว มันช่างคล้ายกับเหยี่ยวที่จ้องมองตัวเธอเลย ก่อนจะเอ่ยถามไปสั้น ๆว่า “เด็กสองคนนั้นเป็นลูกของฉันใช่ไหม?”
หัวใจของอันโหรวพลางหดตัวอย่างรุนแรง เธอรู้สึกตกใจกับคำพูดของเขา จนเหงื่อเย็นๆกลับไหลออกมา
นี่เขารู้…..รู้แล้วยังงั้นเหรอ?
หัวใจของเธอตอนนี้เต้นไม่คงที่ เธอเม้มริมฝีปากที่เย้ยหยันออกมา ดวงตากลับเปลี่ยนไปด้วยท่าทีที่เยาะเย้ย “ประธานจิ่ง ถ้าหากคุณชอบเด็กจริงๆ ก็สามารถหาผู้หญิงสักสิบแปดกว่าคน ให้พวกเขากำเนิดลูกให้คุณก็ได้ ทำไมต้องเป็นฉันคนนี้ด้วย? จะว่าไป ก็รู้สึกค่อนข้างแปลกนะ ด้วยฐานะของคุณกับเรื่องพวกนี้ คุณคิดว่าตัวคุณเองไม่รู้สึกอายบ้างเลยเหรอ”
ความรู้สึกที่คุ้นเคยพลันซ่อนอยู่ส่วนลึกของไขกระดูกยิ่งชัดมากขึ้นกว่าเก่า แน่นอนมันทำให้มือของเขาสั่นออกมาเล็กน้อย
“อา อาศัยเพียงคำพูดที่เหมือนฟันแหลมคนพวกนั้นมาโกหกฉันไม่ได้อีกแล้วล่ะ โหรวโหรว เธออย่ามาโกหกฉันเสียให้ยาก!”
จิ่งเป่ยเฉินเค้นเสียงหัวเราะที่เย็นชาออกมา ก่อนจะเอามือของเขาล้วงเข้าไปที่กระเป๋าเสื้อในอก เขาหยิบกระดา