ไปนั่งตรงที่เบาะข้างๆ ซึ่งดูแล้วแนบชิดใกล้กันมากนัก
เพียงแต่ว่า เธอก็พลันได้ยินเสียงที่เธอค่อนข้างตกใจพอสมควร
“ผู้หญิงขี้เหร่นั้นเป็นใครกัน? คงไม่ใช่ว่าเป็นรักครั้งใหม่ของคุณหรอกนะ?” ชายที่พูดผู้นั้นคือคนที่พึ่งกลับมาจากเยอรมัน เขาคือหมิ่นลี่ น้ำเสียงของเขานั้นค่อนข้างดังมาตั้งแต่ยังเด็กๆ และท่าทางนิสัยก็ค่อนข้างที่จะขี้ใจร้อนเกินไปหน่อย
ถังซือเถียนที่ได้ยิน ก็ไม่ค่อยรู้สึกพอใจเท่าไหร่นักก่อนจะเอ่ยออกไปว่า “เป็นไปได้ยังไงกัน? พี่เฉินผู้นี้มีรสนิยมไม่ได้แย่แบบนี้นี่หน่า หมิ่นลี่ นายอย่ามาพูดจาไร้สาระแบบนี้” เมื่อพูดจบ เธอก็สบัดผมที่ฟูพองอย่างสง่างาม ซึ่งดูแล้วมีเสน่ห์เหลือล้นมากนัก“ถังซั่ว ดูท่านายต้องดูแลน้องสาวตัวเองให้ดีๆหน่อยแล้ว แม้ว่านี่จะไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องเล็กอะไร แต่การที่เรียกชื่อของฉันออกมาตรงๆแบบนี้ นับได้ว่ามันเสียมารยาท ไม่จัดการละก็ฉันจะจัดการเอง!” หมิ่นลี่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่จิ่งเป่ยเฉินยังต้องขมวดคิ้ว“ใช่ว่านายถูกเธอเรียกด้วยชื่อแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันว่านายน่าจะคุ้นชินได้แล้วนะ” ถังซั่วเอ่ยออกไปพร้อมกับยักไหล่ไปพราง แสดงท่าทีทำอะไรไม่ถูกเขาจะกล้าไหนเลยล่วงเกินเจ้าบรรพบุรุษตัวน้อยนี่ได้ล่ะเมื่อพูดจบ ถังซั่วหันหน้ามองไปที่อันโหรวและเอ่ยคำพูดขึ้น “ผู้หญิงท่านนี้ จะไม่แนะนำตัวหน่อยเลยเหรอ?”น้ำเสียงที่ดูอ่อนโยน และเอ่ยออกมา มัน