ื่มแบบนี้ออกจะสิ้นเปลืองไปหน่อย แต่เมื่อหันมามองที่จิ่งเป่ยเฉินแล้ว ดูเหมือนเขาค่อยๆจิบมันอย่างช้าๆ การเคลื่อนไหวแต่ละท่วงท่าราวกับดูมีสง่าราศีมากนัก
แต่ทว่า อันโหรวกลับไม่ได้คิดถึงจุดนั้น เขารู้สึกว่ากินข้าวมื้อนี้มันต้องนานมากแน่ๆ อีกอย่างจิ่งเป่ยเฉินถ้าหากเมาขึ้นมา ก็ดูไม่ดี แต่ตอนนี้เขาเองก็ยังคงจิบไวน์อย่างต่อเนื่อง
….
ผู้ชายสี่คนในบรรดาพวกเขา ล้วนแล้วมีแต่ถังซั่วที่ยังคงดูปกติดีอยู่
“นายยังคงดื่มไวน์ไม่เก่งเหมือนเดิม” ถังซั่วพลันขยับขวดไวน์ไปมา ก่อนจะมองไปที่จิ่งเป่ยเฉิน
จิ่งเป่ยเฉินเห็นดังนั้นก็หรี่ตาเล็กลง และยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมา “ฉันตั้งใจทำน่ะ”
ประโยคนี้ทำให้อันโหรวไม่ค่อยเข้าใจ ตั้งใจ ตั้งใจเมาเนี่ยนะ? นี่เรียกว่าตั้งใจได้ด้วย?
แต่ไม่เป็นไร ไม่ว่ายังไงอีกเดี๋ยวเธอต้องกลับไปแล้ว ลูกทั้งสองของเธอกำลังรอเธออยู่ หากไม่กลับ เกรงว่าได้เห็นพวกเขาร้องไห้แน่ๆ
เมื่อมองไปจุดนี้ เธอก็รีบก้าวขาออกไป ขณะนั้นมือของผู้ชายก็ฉุดรั้งเธอไว้ก่อน “ใครให้คุณไป?”
อันโหรวเจ็บที่ข้อมืออีกแล้ว สักพักก็ถูกดึงให้มานั่งที่เบาะเหมือนเช่นเคย และไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้
ดวงตาคู่หนึ่งพลันเหลือบมองคล้ายดั่งนกอินทรีที่ แสดงออกมาอย่างไม่ลดละ สายตาเป็นประกาย ราวกับพร้อมจดจ้องเธอ และบดขยี้เธอได้ในพริบตา
จิ่งเป่ยเฉินยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมาที่มุมปาก ก่อนจะค่อยๆเอามือของเขาแตะไปที่คางของเธอและเอ่ยขึ้นมาว่า “คุ