”“อ๋อ เป็นแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เขาเลิกคิ้วพลางมองเธอด้วยสีหน้าสงสัย ก่อนจะเอามือของเขานั้นแตะไปที่ข้อมือของเธอเบา ๆราวกับต้องการสัมผัสว่าเธอกำลังโกหกอยู่หรือเปล่าอันโหรวมองอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะพูดว่า “ทำไมฉันต้องโกหกคุณด้วย? โกหกคุณแล้วฉันจะได้อะไร หรือคุณจะให้เงินโบนัสสิ้นปี? หรือให้หุ้นส่วนเงินปันผล? หรือจะมอบบริษัทให้ฉันเลย?”หลังจากพูดจบเธอก็พยายามอย่างมากที่จะเอามือออกจากการจับกุมของเขาจิ่งเป่ยเฉินเหลือบมองเธอ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาค่อย ๆ เปิดรายชื่อศิลปินและมองรูปของเหอเฉ่าอย่างระมัดระวังไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็เอ่ยขึ้นว่า “ชื่อของเธอดี นับว่าไม่เลว”อันโหรวพยักหน้าและเอ่ยเสริมอีกว่า “ชื่อของเธอนั้นมีคำเล่นหางในชื่อ ซึ่งส่วนนี้มันสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของเราด้วยค่ะ”จิ่งเป่ยเฉินปล่อยมือของเธอและเอามือของเขามาประสานไว้ตรงกลางอก ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา “ไหนลองพูดให้ฟังทีสิ”“บริษัทจิ่งนั้นไม่ได้มีหยกที่เกี่ยวข้องมากเท่าไร แต่ครั้งนี้ผลิตภัณฑ์นี้มีการใช้หยกเสริมเข้าไป หยกคือความประทับใจแรกที่ผู้คนคิดว่ามันสะอาดและบริสุทธิ์ เฉกเช่นเดียวกับหญ้าที่มีน้ำค้างในยามเช้า”ประโยคนี้ค่อนข้างราบเรียบ ทุกคำล้วนสื่อตรงกับแนวคิดใหม่ของผลิตภัณฑ์ที่จะวางจำหน่ายมันทั้งสะอาดและบริสุทธิ์ จะช่วยทำให้ผู้คนกำจัดความคิดที่ว้าวุ่นจากใจออกไปได้“พูดได้ดี เหมาะสมแล้วที่จะให้เธอเป็นโฆษกโฆษณานี้” หลังจากที่พูดจบ