ธอก็คงทำไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอคือสาวขี้เหร่ที่ใช้ชีวิตแบบไม่ใช่ผู้หญิงสวย หรือว่ารสนิยมของเขาจะเปลี่ยนไปแล้ว?
อันโหรวครุ่นคิดอยู่ในใจ แต่คิดไม่ถึงว่าตอนที่กำลังจะหันหลังกลับไปนั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออกพอดี
จิ่งเป่ยเฉินสวมเสื้อสูทสีดำและกำลังเดินตรงเข้ามาในห้อง เมื่อเธอเห็นดังนั้นจังหวะหัวใจของเธอก็พลันเต้นรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
เขาเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเธอกำลังถือเอกสารอยู่ในมือจึงเอ่ยออกมาว่า “วางมันลง ผมจะดูมัน”
เสียงที่ทุ้มต่ำกลับฟังดูเรียบง่าย แต่ก็แฝงไปด้วยความกดดัน
อันโหรวยกเอกสารในมือขึ้นและเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ประธานจิ่ง นี่เป็นเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณ แต่ดูแล้วมันมีแต่เรื่องราวของฉันทั้งนั้นเลยนะคะ กระทั่งการใช้ชีวิตในต่างประเทศก็มีด้วยเช่นกัน”
เธอจงใจเน้นสี่ประโยคสุดท้ายตอนหลัง
จิ่งเป่ยเฉินดวงตาพลันหรี่เล็กลง เขามองไปที่เอกสารในมือของเธอ
เขาบอกให้ฉีเซิ่งเทียนส่งข้อมูลของเธอมาให้ทางอีเมลไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้?
ถึงแม้ว่าเขาจะคิดแบบนั้นในใจ แต่การแสดงออกด้วยท่าทางสีหน้าก็ยังคงไม่เปลี่ยน จากนั้นเขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นคงไปว่า
“เอามา”
อันโหรวจงใจโยนแฟ้มเอกสารนั้นลงไปและหัวเราะเบา ๆ ออกมา “ประธานจิ่งมีงานอดิเรกชอบเก็บเกี่ยวรายละเอียดการใช้ชีวิตของลูกน้องทุกคนเลยอย่างนั้นเหรอ ทำไมถึงไม่ถามออกมาตรง ๆ ไปเลย”
จิ่งเป่ยเฉินนิ่งเงียบ ก่อนจะพูดอ