ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง หลินจือเซี๋ยวเดินเข้ามาพร้อมกับจานองุ่นในมือ ในปากก็มีเสียงเคี้ยวดังไปเรื่อย
“โหรวโหรว ฉันอิจฉาเธอจริง ๆ นะ ถ้าหากฉันมีลูกที่น่ารักแบบนี้สักคู่ชายหญิงก็คงจะดี”
อันโหรวยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ฉันเองก็อยากให้เธอมีสักคนเหมือนกัน”
หลินจือเซี๋ยวพลันสะบัดศีรษะไปมาและพูดอย่างไม่เคอะเขิน “ถ้าฉันคิดอยากจะมี ก็คงต้องหาผู้ชายสักคนก่อนสิ”
ทันทีที่เอ่ยออกไป เธอก็รีบเอามือขึ้นมาปิดปาก
ยังดีหน่อยที่ไม่ได้พูดเรื่องผู้ชายตรงหน้าของโหรวโหรว ถ้าหากเรื่องพ่อของหยางหยางกับหน่วนหน่วน โหรวโหรวเองก็ไม่เคยคิดจะปริปาก เธอเลยไม่ได้เอ่ยอะไรต่อหน้าหยางหยาง…
“น้าจือเซี๋ยว” อันหยางยิ้มอย่างรวดเร็วและเดินไปข้างหน้าเธอ
“น้าจือเซี๋ยว น้ากับแม่ของผมอยู่บริษัทเดียวกัน ผมก็มีเรื่องอยากจะให้น้าช่วยหน่อย”
แปลกมากที่หยางหยางแสดงแววตาที่ดูมีลับลมคมในแบบนั้น จู่ ๆ ก็คิดอยากจะให้เธอช่วย ช่วยอะไรกันนะ?
“คุณแม่ของเธอเป็นเพื่อนรักกับน้าอยู่แล้ว หนูเป็นคนที่มีความเฉลียวฉลาดและมีความคิดที่ดีอยู่ตลอด น้าต้องช่วยอยู่แล้ว”
“น้าจือเซี๋ยว ผมได้ยินมาว่าน้ากับแม่ของผมทำงานบริษัทเดียวกัน คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการอะไรหลาย ๆ อย่าง ถ้าหากเขาคนนั้นคิดรุ่มร่ามกับแม่ละก็ ต้องบอกผมนะ” เมื่อได้ยินหลินจือเซี๋ยวก็รู้สึกเหมือนปลือกตาของเธอนั้นกระตุกเบา ๆ ราวกับเห็นหยางหยางเป็นประธานจิ่งตัวน้อยเลย
ประธานจิ่งเวลา