างมาก เธอรู้สึกได้ทันทีว่าผิวหนังของเธอนั้นสัมผัสใกล้ชิดกับเขามากเกินไป
จะบ้าตายจริง ๆ
“คุณขยับตัวให้น้อย ๆ หน่อยเถอะ เสื้อผ้าเดี๋ยวหลุดหมดพอดี” จิ่งเป่ยเฉินมองไปยังกระดุมเสื้อก็พลันเหลือบเห็นหน้าอกของเธอ
อันโหรวรีบหันมาดู ใบหน้าของเธอพลันเปลี่ยนสีและรีบติดกระดุม แต่ทว่ามันถูกเปิดจนเห็นไปแล้ว
“ผิวของคุณก็ขาวนะ แต่ทำไมใบหน้าของคุณถึงได้ซีดเหลืองแบบนี้?” เขาปล่อยแขนเธอออกและเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ทันทีอันโหรวที่พลิกตัวได้ก็รีบติดกระดุมทันที “ไม่ใช่เรื่องของคุณ”
ห้าปีผ่านมาแล้ว เขาก็ยังหน้าด้านหน้าทนไม่เปลี่ยน
แค่ประโยคเดียวของเธอนั้นก็ทำให้เขาพลันคิดถึงใครบางคน ดวงตาค่อย ๆ ปิดจนมืดลง
“คุณจะให้ฉันเขียนให้เสร็จ แล้วถึงจะปล่อยฉันไป?” อันโหรวเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาที่เย่อหยิ่ง
จิ่งเป่ยเฉินเอนกายพิงที่เก้าอี้ มือทั้งสองข้างเขาวางไปที่หน้าอกพลางเอ่ยว่า
“ใช่”
“งั้นคงต้องรบกวนให้คุณหาเสื้อผ้ามาใส่ก่อน มันส่งผลต่อการคิดของฉัน” อันโหรวเหลือบมองเขา ก่อนจะรีบขยับตัวเองไปที่โน้ตบุ๊กอย่างรวดเร็ว
เขามองไปที่ผู้หญิงที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้และทำท่าค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ด้วยความจริงจังที่ต้องการเขียนแบบนี้ทำให้เขาเกือบจะลืมใบหน้าที่แสนน่าเกลียดของเธอไปเลย
ทำไมเขาถึงจำได้นะ? ฉีเซิ่งเทียนเคยบอกว่าเขานั้นมีภาวะหลงลืมใบหน้า จำได้แค่แม่ของตัวเองและผู้หญิง…
แต่ทำไมกัน ทำไมเขาถึงจำเธ