ะวัฒนธรรมมาโดยตลอด นับตั้งแต่มือไปจนถึงทรวดทรงและท่วงท่า ซึ่งมันจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ประธานจิ่ง ทำไมคุณไม่ลองทำดูหน่อย”จิ่งเป่ยเฉินเห็นเธอรินน้ำชา เขาก็ยื่นมือออกไปรับ และขณะนั้นก็เอามือไปจับที่ข้อมือของเธอ“สีผิวแขนของคุณทำไมมันถึงแตกต่างกว่าสีผิวบนใบหน้าของคุณ?” จิ่งเป่ยเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย พลางมองไปยังจุดที่เขาสนใจ“แน่นอนว่ามันต้องแตกต่าง สีผิวบนใบหน้าของคุณเหมือนกับสีผิวตรงกล้ามเนื้อหน้าท้องของคุณหรือเปล่า?”ฉีเซิ่งเทียนรีบหันไปดูที่ช่วงท้องของจิ่งเป่ยเฉินทันที เพียงแต่ว่าเขานั้นสวมเสื้อเชิ้ตและสูทอยู่ เธอเห็นเพียงครั้งแรกก็รู้แล้วว่าเขามีกล้ามเนื้อหน้าท้อง?จิ่งเป่ยเฉินมองไปที่ดวงตาคู่นั้น ก่อนจะลุกขึ้นมายืน พร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือของเธอและพูดว่า “ชื่อ?”“อันอีหาน”ซินอีห่าน[1]ฉีเซิ่งเทียนรู้สึกว่าจิ่งเป่ยเฉินแปลก ๆ ไป เขาจ้องมองผู้หญิงที่ขี้เหร่คนนี้อย่างไม่ลดละ ทั้งยังถามชื่อของเธออีก เพียงแต่นามสกุลของผู้หญิงที่ขี้เหร่คนนี้มันคล้ายกันคนนั้นมาก…“อัน…อีหาน?” จิ่งเป่ยเฉินหรี่ตา ขณะที่มองสำรวจอย่างช้า ๆเธอจงใจเงยหน้าขึ้นมองและกะพริบตาอย่างไม่สนใจ “ใช่ อันอีหาน”รูปลักษณ์แบบนี้ทำให้เขาขมวดคิ้วพอสมควร “พรุ่งนี้ฉันจะรายงานไปยังแผนกวางแผน และจะมอบหมายตำแหน่งการวางแผนโฆษณาเชิงรุกของผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทจิ่ง”“ไม่มีปัญหา เพียงแต่ก่อนหน้านี้ ประธานจิ่งช่วยปล่อยมือของฉันออกก่อนเถอะ”ผู้ส