วก็คงไม่มีประโยชน์“ประธานจิ่ง คุณสมบัติที่คุณต้องการคืออะไรเหรอคะ แจกันดอกไม้สวย ๆ ที่ไม่มีสมองอย่างนั้นเหรอคะ?” อันโหรวเอ่ยออกมา ก่อนจะแสยะยิ้มมุมปากและเดินออกห่างหลินจือเซี๋ยวตรงไปหาเขาเธอทำเสียงแหบ ๆ อย่างตั้งใจ ใบหน้าที่เปลี่ยนไป บวกกับชื่อของเธอนั้น เธอแทบไม่กังวลกับการกระทำของเธอเลยแม้แต่น้อยแต่หลินจือเซี๋ยวนั้นรู้สึกหวาดกลัวมาก ไม่รู้เพราะอะไรจู่ ๆ น้ำเสียงเพื่อนของตนถึงได้เปลี่ยนไปแบบนั้นดวงตาของจิ่งเป่ยเฉินเลื่อนมองผ่าน เขามองไปยังดวงตาที่มั่นใจและเปล่งประกายของเธอดวงตาคู่นี้…“ถ้าหากคุณต้องการแค่ไม้ประดับ เช่นนั้นฉันก็จะออกจากการสัมภาษณ์นี้ไป แต่ด้วยความสามารถของฉัน ไม่ว่าจะเข้าบริษัทไหนก็ตาม บริษัทนั้นก็จะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวและแข็งแกร่งกว่าบริษัทจิ่งอย่างแน่นอน”
ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เธอจึงไม่รู้สึกกังวลใจแต่อย่างใด
“เธอนี่จริง ๆ เลย ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรของเธอกันแน่!” หลินจือเซี๋ยวถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้ง หลังจากนั้นก็พาอันโหรวไปที่ห้องสัมภาษณ์เดินไปได้ครึ่งทาง ก็มีคนกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาข้างหน้า หลินจือเซี๋ยวมองเห็นว่านี่ชักจะไม่ดีแล้ว จึงรีบดึงอันโหรวหลบข้างหลังของเธอในทันทีพนักงานทุกคนต่างยืนต้อนรับด้วยสีหน้าแข็งขัน พวกเขาถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ต่างก็ก้มศีรษะทำความเคารพ พร้อมเอ่ยตะโกนเสียงดังว่า “ประธานจิ่งอรุณสวัสดิ์”ภายในห้องโถงต่างเงียบสงบทันที มีเพียงแต่เสียงฝีเท้าที่