แพ้แล้วจริงๆ แม้แต่จะตะโกนเสียงดังยังไม่กล้า
เฉินชิงเยียนรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของมู่หลิง นางกัดริมฝีปากน้ำตาซึม
“ท่านพี่หลิง ข้าไม่ได้ต้องการทำร้ายนายผู้เฒ่าจริงๆ นายผู้เฒ่าเป็นพ่อของท่านก็คือพ่อของข้าด้วย ข้าไม่มีทางทำร้ายเขา”
มู่หลิงปวดใจ “ชิงเยียน ข้าย่อมเชื่อเจ้า ซู่อี ข้ารู้ว่าเจ้ากับชิงเยียนมีเรื่องขัดแย้งกันมากมาย แต่ว่านางไม่มีทางทำร้ายนายผู้เฒ่า นี่…จะต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่…”
ตอนที่เอ่ยคำนี้เขาหันไปมองเฟิงหรูชิงทันที
ราวกับจะบอกซู่อีว่าทั้งหมดล้วนเป็นเฟิงหรูชิงที่ยุแยง
ชิงเยียนไม่มีทางเป็นคนโหดร้ายเช่นนั้น
หากเป็นเมื่อก่อนมู่หลิงต้องเอ่ยปากประณามเฟิงหรูชิงว่ายุแยงให้แตกแยกเป็นแน่ ทว่าเพราะหนานเสียนกำลังใช้สายตานั้นมองเขาอยู่เขาจึงไม่อาจพูดออกไปได้แม้แต่ประโยคเดียว
เฟิงหรูชิงมองมู่หลิงทีหนึ่งแล้วหันไปทางหนานเสียน “กั๋วซือ เขาต้องการว่าร้ายข้าว่ายุยงให้เกิดความแตกแยก”
มู่หลิง “…”
เขาพูดอะไรอย่างนั้นหรือ? เขาไม่ได้พูดอะไรเลย!
มีสิทธิ์อะไรเอาความรับผิดชอบมาผลักใส่หัวเขา?
“เฟิงหรูชิง นี่เจ้าใส่ร้าย…”
จิตสังหารพุ่งมาจากด้านหน้าทำให้คำพูดของมู่หลิงหยุดลงอีกครั้ง
เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วคร