ยาวิเศษนั้นหมดฤทธิ์ นางจึงสลบไปอีกครั้ง
“ช่างเถอะอย่างนั้นหรือ” มู่หลิงโอบเอวเฉินชิงเยียน “หนานเสียนไม่เคารพพ่ออย่างข้า ผู้หญิงของเขา ยิ่งไม่เคารพเจ้า! เรื่องนี้จะปล่อยไปได้อย่างไร”
หนานเสียนวางมือ จากนั้นก็ยกขึ้นมาอีกครั้ง
ในเวลานี้ เสียงหนึ่งดังแหวกผ่านอากาศขึ้นมา ทำให้บรรยากาศคุกรุ่นหายไปในบัดดล
“ผู้อาวุโสใหญ่เหลยอวิ๋น มาส่งของขวัญอวยพรนายผู้เฒ่าอายุครบรอบเจ็ดสิบปี”
จวนเฟิงอวิ๋นหรือ
ทุกคนมองหน้ากัน ดวงตาสงสัยไม่คลี่คลาย
“จวนเฟิงอวิ๋นนี่เหมือนจะเป็นกลุ่มอิทธิพลใหม่ที่เพิ่งก่อนตั้งมาสิบกว่าปีเท่านั้น เวลาสิบกว่าปีพัฒนาได้มาถึงขั้นนี้ ชวนให้คนตกใจจริงๆ”
“ให้เวลาจวนเฟิงอวิ๋นอีกหนึ่งร้อยปี ไม่แน่อาจนำสามกลุ่มอิทธิพลใหญ่แล้ว ทว่าสามกลุ่มอิทธิพลใหญ่ก่อร่างสร้างตัวมาพันกว่าปีแล้ว ที่ไม่เพียงแค่ขุมกำลังเท่านั้น ยังมีสมบัติล้ำค่ามากมายนับไม่ถ้วนอีกด้วย
“ที่น่าเสียดายคือ ในบรรดาผู้เยาว์ของกลุ่มอิทธิพลทั้งสาม ไม่มีบุคคลที่มีพรสวรรค์เด่นล้ำเลย อัจฉริยะทั้งหลายล้วนเกิดขึ้นจากการสั่งสมพลังด้วยยาวิเศษทั้งสิ้น จวนเทียนเสินยังมีคุณชายหนาน หลิงเสินเหมินยังมีจิ่วหมิง พรรคเภสัชเทพค่อยข้างน่าอนาถ ไม่มีใครเลยสักคน”
“ข้าว่