รเสียคนที่เจ็บปวดก็ไม่ใช่เขา…
“แม่นางเฟิงหน้าตางดงาม น่าเสียดายที่รูปโฉมมิอาจกินได้ คิดจะแต่งเข้าตระกูลมู่ ก็ต้องดูชาติตระกูลเหมาะสม”
“ประมุขตระกูลมู่คิดเช่นนี้ก็มิผิด ตระกูลมู่ไม่อาจแต่งหญิงใดก็ได้เข้ามาในจวน”
“อีกอย่างเมื่อครู่คุณชายหนานเสียนกล่าวแล้ว แม่นางเฟิงรักษาอาหารของเขาได้ ก็หมายความว่าโรคนี้ต้องรักษาได้ไม่ช้าก็เร็ว ตระกูลมู่ย่อมไม่อาจยกเป็นนางเป็นภรรยา”
“น่าเสียดาย คนกตัญญูอย่างคุณชายหนานเสียน ย่อมฟังคำพูดของบิดามารดา คนที่ตัดสินใจในตระกูลมู่ได้ก็คือประมุขน้อยมู่ ต่อให้หนานเสียนชอบแม่นางคนนี้มากแค่ไหน ก็แต่ไม่อาจแต่งนางเข้าได้อย่างเอิกเกริก”
ไม่มีพ่อแม่คนไหนเที่ยวบอกภายนอกว่าลูกไม่ดี
ทั้งมู่หลิงยังเป็นคนรักหน้าตา ไม่ว่าหนานเสียนจะไม่เคารพเขาแค่ไหน เขาไม่มีทางพูดออกไป
กลับกันยิ่งทำให้คนทั่วหล้าหลงเข้าใจว่าหนานเสียนเป็นคนกตัญญู
แต่มาวันนี้ได้ฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนเหล่านี้ สีหน้ามู่หลิงไม่สบอารมณ์นัก เกรงว่าหนานเสียนจะทำให้เขาเสียดายหน้าต่อคนทั้งหมด
ดีที่สายตาหนานเสียนยังสงบนิ่งเหมือนเดิม ลูกชายเดินช้าๆ เข้ามาหา ไม่ยินดีไม่โมโหคล้ายกับไม่มีอารมณ์ใดๆ เกินเลยขึ้นมา
ปัง!
ไ