ร่า ถึงรอยยิ้มดูแล้วจะโง่งมไปบ้าง แต่ก็ทำให้ใจที่กลัดกลุ้มของมู่หลิงคลายลงได้
เคราะห์ดีที่นายผู้เฒ่าจะอาการกำเริบทั้งทียังรู้จักเลือกสถานที่ หากรังแกชิงเยียนในที่นี้ คงทำให้ตระกูลมู่ต้องอับอาย
เรื่องนี้นายผู้เฒ่ายังไม่กระทำออกไป
“พ่อบ้าน เจ้าว่าวันนี้ข้าแต่งตัวดูสดชื่นหรือไม่”
นายผู้เฒ่าใบหน้ายิ้มแย้มถามออก พ่อบ้านหัวเราะเจื่อนๆ
“ไม่ว่าเวลาไหนท่านเจ้าบ้านก็ดูสดชื่นอยู่เสมอ”
“อ้อ งั้นวันนี้ข้าจะได้กินน้ำแกงไก่ที่ซู่อีตุ๋นใช่หรือไม่” นายผู้เฒ่าสีหน้าเฝ้ารอ
กระทั่งมู่หลิงที่เขามองแล้วขัดตามาตลอด ยังดูรื่นตาขึ้นไม่น้อย
บางอาจเป็นเพราะอารมณ์ดีก็เป็นได้
เพียงแต่ครั้นเห็นเฉินชิงเยียนที่อยู่ด้านหลังมู่หลิง ใบหน้าชราก็บึ้งตึงหลายส่วน แววตาแฝงด้วยความเดือดดาล
“ท่านเจ้าบ้าน วันนี้เป็นวันเกิดของท่าน ปีนี้ฮูหยินน้อยก็จะกลับมา” พ่อบ้านคอยกำชับข้างกาย
“ยิ่งกว่านั้นหากท่านทำให้เฉินชิงเยียนอับอายต่อคนทั้งหมด ตระกูลมู่จะเสียหน้า ท่านลองคิดดูว่า หากภายหน้าคุณชายหนานเสียนรับช่วงต่อดูแลตระกูลมู่…”
ยามนายผู้เฒ่ามู่ป่วยก็เหมือนกับเฒ่าทารก ทารกน้อยโอ๋ง่ายที่สุด
หลังจากฟังคำไม่กี่ประโยคนั้นของพ่อบ้าน นายผู้เฒ่าก็สะกด