ล่อลวงเสียจนไม่ได้สติ”
นางกัดนิ้วมือ คิดถึงฉินเฟยเอ๋อร์อย่างไม่ตั้งใจก็ยิ่งโมโห
“อีกประโยคหนึ่งที่เสี่ยวอิ่นพูดไม่ผิดเลย เสี่ยวชิงทอดทิ้งหนานเสียนได้ แต่หนานเสียนไม่อาจทิ้งนางไปได้! ถึงพวกเราอยากแย่งเสี่ยวชิงมา แต่หญิงอื่นก็ไม่มีสิทธิ์ดูแคลนเสี่ยวช ชิง รอข้ากลับไปก่อน ข้าจะต้องหาทางไล่นางแพศยาฉินเฟยเอ๋อร์ไปให้ได้! กันไม่ให้เสี่ยวชิงเห็นนางแล้วไม่สบายใจ”
กู้อีอีเพิ่งหันไป ก็มองเห็นเงาร่างแสนคุ้นเคย ใบหน้านางขรึมลง
อันชุ่ยยืนอยู่ไม่ไกลออกไป สีหน้าไม่น่ามอง กำหมัดแน่น แววตาอิจฉาอย่างถึงที่สุด
ระยะนี้หลังจากที่นางถูกขับออกจากจวนฝูจู่ ชีวิตความเป็นอยู่ก็ไม่ได้ดีนัก ถึงได้ออกมาเดินเล่น อาจจะเดินไปเจอคุณชายตระกูลสูงศักดิ์รับเลี้ยงนาง ใครจะคิดว่านางจะได้พบกู้อีอี
สิ่งที่ทำให้นางยิ่งรับไม่ได้ก็คือ กู้อีอีกลับผอมถึงขนาดนี้!
อันชุ่ยยิ่งอิจฉาเป็นทวีคูณ ทั้งไม่กล้าแสดงออกมา นางยิ้มจางๆ เดินเข้าหากู้อีอีอย่างเชื่องช้า เอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน
“พี่หญิง งานวันเกิดท่านคราวก่อน พวกเราไม่ได้ไปอวยพรท่าน ข้ารู้สึกเสียใจนัก ข้ายังได้ยินว่า ท่านถอนหมั้นกับหนานเสียนตระกูลมู่แล้วหรือ”
……………………