บ้านของคนอื่นเขาก็ไม่อาจพูดมากได้
“พอแล้ว ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีข้าก็จะพูดเพียงประโยคเดียว ท่านผู้เฒ่าตระกูลมู่จะได้รับการกระตุ้นใดๆ ไม่ได้ หากเขาไม่ชอบชิงเยียนก็อย่าให้ชิงเยียนไปเดินไปมาต่อหน้าเขา ถ้าหากได้รับ บการกระตุ้นอาการป่วยของเขาจะยิ่งหนักหนา…”
สีหน้ามู่หลิงไม่น่ามองยิ่งนัก
ชิงเยียนดีต่อท่านพ่อเช่นนี้ วันนี้กลับบอกว่าอาการป่วยของท่านพ่อหนักหนาเป็นเพราะชิงเยียนเป็นต้นเหตุ
“พูดตามตรงเดิมข้าก็ไม่ควรยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่ว่าข้าอยู่ในบ้านตระกูลมู่ก็ได้ยินคำซุบซิบนินทา ชิงเยียนก็เคยพูดไว้ว่านางหนูคนนั้นเป็นพี่สาวของนาง ดังนั้นข้าจึงอดไม่ไ ได้ต้องพูดสักสองประโยค เรื่องบางเรื่องที่พวกเจ้าทำมันค่อนข้างจะเลวทราม มู่หลิงตอนแรกที่เห็นเจ้าข้านึกว่าตลอดว่าเจ้าเป็นชายที่มีความรับผิดชอบ เรื่องโปรดปรานอนุกำจัดภรรยาเ เช่นนี้ไม่มีทางทำได้”
ปากของมู่หลิงสั่นน้อยๆ “ปรมาจารย์ไห่หรง ข้าจะไปโปรดปรานอนุกำจัดภรรยาได้อย่างไร ข้าอยากให้ภรรยาของข้ากลับมาโดยตลอด แต่เป็นนางที่ไม่ยินยอมกลับมา…”
ไห่หรงส่ายศีรษะอย่างจนใจ
หากไม่ใช่เพราะชิงเยียนเป็นน้องสาวของนางหนูคนนั้น เพื่อชื่อเสียงของนางหนูนั่นเขาจึงขี้เกียจจะยุ่