ตระกูลฉินชักดาบออกมาแล้วขยับเข้าไปใกล้เฟิงหรูชิง…เฟิงหรูชิงยังคงยิ้มน้อยๆ นิ่งเรียบดุจสายลมแผ่วเบา ทว่าภายใต้รอยยิ้มของนางแอบซ่อนความหนาวเย็นเอาไว้
เหมือนกับดาบที่กินคนสามารถกลืนกินทุกคนได้ทุกเมื่อ…ในตอนนี้เองเสียงอ่อนเบาเสียงหนึ่งดุจดั่งสายลมอันหนาวเหน็บพัดผ่านหน้าทุกคน ทั้งๆ ที่เสียงนี้เบาบางเช่นนี้แท้ๆ แต่กลับทำ ำให้คนตัวสั่น
“ข้าเพียงแค่ออกจากจวนเทียนเสินไปสิบกว่าปีเท่านั้น ทำไม? จวนเทียนเสินนี้ให้ตระกูลฉินเป็นผู้ตัดสินใจตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
สำหรับคนที่อยู่ในเหตุการณ์แล้วเสียงนี้ไม่คุ้นเคยยิ่งนัก ทว่าสำหรับเวินอวี่แล้วคุ้นเคยจนเข้าไปถึงกระดูก ทำให้ตัวนางแข็งทื่ออย่างควบคุมไม่ได้
เฟิงหรูชิงชะงักไป นางเบนสายตาไปมองก็เห็นภายใต้แสงอาทิตย์ตกนั้นมีหญิงชุดขาวกำลังย่างกายเข้ามาช้าๆ
หญิงสาวงดงามดุจภาพวาดไม่มีร่องรอยของอายุแม้แต่น้อย นางโดดเด่นสง่างามสายตานิ่งสงบไร้คลื่นใดๆ
มีเพียงตอนที่เห็นเฟิงหรูชิงมุมปากของนางจึงมีรอยยิ้มบางเบา นางเดินมาตรงหน้านางใช้นิ้วมือลูบเส้นผมสีดำของหญิงสาวเบาๆ และน้ำเสียงอ่อนโยน
“ชิงเอ๋อร์เหตุใดจะไปก็ไม่พูดสักคำ? แล้วยังมาที่นี่โดยไม่บอกไม่กล่าวอีก”
“อื้อ ข้าไม่อยากให้พวกท่านกลั