รูชิงเข้าใจในทันที “ข้าปล่อยเจ้าไปนานแล้ว”
“…”
“ตั้งแต่ข้าหย่ากับหลิ่วอวี้เฉินและเป็นตอนที่ข้าเดินออกมาจากประตูผี ข้าก็ปล่อยพวกเจ้าไปแล้ว แม้แต่ประกาศก็ยังติดอยู่หน้าประตูเมือง ให้พวกเจ้าอย่ามาข้องแวะกับข้าอีก ถานซ ซวงซวงในเมื่อข้าปล่อยเจ้าไปแล้วเหตุใดเจ้ายังจะมาวุ่นวายกับข้าอีก?”
เดิมทุกคนรู้สึกโกรธเพราะคำพูดของถานซวงซวง
พวกเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงที่หน้าด้านไร้ยางอายเช่นนี้ สามีตัวเองไปข้องแวะกับคนอื่นแท้ๆ กลับโยนความรับผิดชอบให้หญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องอะไร ยิ่งไปกว่านั้นยังทำลายความสุขของนางครั้งแ แล้วครั้งเล่า
ทว่าหลังประโยคสุดท้ายของเฟิงหรูชิงเอ่ยจบบรรดาผู้คนที่มุงดูก็ไม่พูดมากอะไรอีก
บางคนเพราะเอาเวลาไปฝึกตบะสมองจึงมีเพียงเส้นเดียว ใช้คำพูดบ้านๆ อธิบายก็คือโง่เขลา
แต่ว่าไม่ใช่ทุกคนจะเป็นเช่นนั้น
เมื่อครู่อนุของตระกูลมู่คนนี้หาเรื่องก่อนแท้ๆ และนางก็เป็นคนเอ่ยปากพูดไร้สาระเรื่องความน้อยเนื้อต่ำใจของตัวเองก่อน
แม่นางผู้นี้ถึงได้พูดถ้อยคำพวกนั้นออกมาภายหลังนาง
ดังนั้น…นี่มันใครไม่ยอมปล่อยใครกันแน่?
เฟิงหรูชิงยักไหล่ยิ้มๆ “อีกอย่าง เรื่องระหว่างเจ้ากับตระกูลหลิ่วพ่อลูกไม่ใช่ข้าพูดเพ้อเจ้อแต่คนของแคว้น