โทษญาติตัวเองได้ จิตใจเที่ยงธรรมน่าเกรงขาม ฉินเฟยเอ๋อร์เป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งจิตใจอ่อนโยน ต่อให้ทุกคนละทิ้งฉินเสี่ยวเย่ว ว์ไปแล้วนางก็ยังคิดจะขอร้องให้…”
ความจริงแล้วในตอนที่พูดประโยคนี้สายตาทุกคนอดไม่ได้ที่จะเหล่มองฉินเฉิน
หมาหัวเน่าตระกูลฉินนอกจากฉินเสี่ยวเย่ว์แล้วยังมีเจ้านี่อีกคน
ลูกเลี้ยงที่ต้องอาศัยตระกูลฉินจึงจะอยู่อย่างอิสระเสรีเช่นนี้ กลับยอมช่วยคนอื่นรังแกพี่สาวที่อ่อนโยนดีงามของตัวเอง แม้แต่พ่อแม่ที่เลี้ยงดูยังไม่มีความเคารพแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยออกมา
มิเช่นนั้น ชายวัยกลางคนที่ถูกขับไล่ออกไปเมื่อครู่จะเป็นจุดจบของพวกเขา
ใครก็ไม่กล้าล่วงเกินหาเรื่องเฟิงหรูชิงต่อหน้ากู้อีอี
…
เห็นท่าทีอ้อนวอนของฉินเฟยเอ๋อร์แล้วหันไปมองสีหน้าขาวซีดน่าเวทนาของฉินเสี่ยวเย่ว์ หลัวเฟยหลับตาลงช้าๆ
หลัวลี่ยืนอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าเช่นเดิมไม่พูดอะไรสักคำ นางไม่ได้เอ่ยแทรกราวกับต้องการรู้ว่าถึงเวลานี้แล้วเขาจะยังปกป้องนางอยู่หรือไม่
สักพักหลัวเฟยก็ลืมตาขึ้น
นัยตน์ตาของเขาไม่มีความสับสนเช่นตอนแรก กลับสู่ความสงบนิ่งแล้ว
………………..