นจวนเทียนเสินของข้าจะไม่มีท ที่ให้เจ้าอยู่”
สีหน้าฉินเสี่ยวเย่ว์เก้อเขิน นางเพียงแค่พูดด้วยความหวังดีเท่านั้น ใครจะรู้ว่านายท่านจะขี้โมโหถึงเพียงนี้ แม้แต่หลัวเฟยยังเทียบไม่ได้
“เสี่ยวเย่ว์” หลัวเฟยก็ไม่พอใจขมวดคิ้ว “เจ้าเลิกพูดมากได้แล้ว ยืนเงียบๆ อยู่ตรงนั้นก็พอ”
ต่อให้ฉินเสี่ยวเย่ว์ไม่พอใจเพียงใดก็รู้ดีว่าไม่มีผู้ใดทำให้ตำแหน่งของกู้สื่อสั่นคลอนได้ นางทำได้เพียงยืนอยู่ด้านข้างด้วยความไม่เต็มใจใช้สายตาโกรธเคืองจับจ้องไปยังเฟิงหรูช ชิง
ฉินเฟยเอ๋อร์ไม่ได้พูดมากความเช่นฉินเสี่ยวเย่ว์ นางยังแยกแยะได้ว่าสถานการณ์ไหนควรพูดอะไร
ทว่าเห็นความสัมพันธ์ของเฟิงหรูชิงกับกู้อีอีสนิทชิดเชื้อกันเช่นนี้แล้ว ในใจของนางก็รู้สึกไม่ดีบนใบหน้าไม่มีสีเลือดแม้แต่น้อย
…
เดิมกู้อีอีก็เป็นคนอารมณ์ร้ายอยู่แล้ว ฉินเสี่ยวเย่ว์ยังกล้าใช้น้ำเสียงสั่งสอนพูดกับนางอีก
นางโกรธจนแทบจะเต้นเร่าและเป็นเฟิงหรูชิงที่อยู่ข้างๆ ที่ดึงนางเอาไว้ก่อน
“ในเมื่อวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของเจ้า ในงานเลี้ยงพวกเราอย่าเพิ่ง