ับนางสักประโยคยังไม่มีเลย ฉินเฉินเช่นนี้ ทำให้นางทั้งโมโหและปวดใจ
“ได้”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างเบิกบานราวพระอาทิตย์
ราวกับท้องฟ้าชั่วนาทีนั้นสว่างไสวขึ้นมา กระทั่งแสงจันทรายังสว่างกว่าที่ผ่านมาอีก
รอยยิ้มเขาเหมือนเข็มเล่มหนึ่งทิ่มทางหัวใจฉินเฟยเอ๋อร์อย่างรุนแรง
นางกำมือแน่น มองฉินเฉินด้วยใบหน้าซีดขาว ความเจ็บใจแสนสาหัสและปวดหนึบอัดแน่นหัวใจนาง สีหน้านางยิ่งขาวซีดลงไปอีก
ในโลกนี้ ทั้งๆ ที่นางสนิทกับฉินเฉินมากที่สุด ทำไมวันนี้ เขากลับยิ้มผู้หญิงที่ไม่ใช่อะไรทั้งนั้นอย่างเบิกบานเช่นนี้
ฉินเฟยเอ๋อร์หลับตาเบาๆ สักพักนางค่อยลืมตา
ไม่ว่าอย่างไร เฉินเอ๋อร์ใส่ใจพี่สาวอย่างนาง
มิฉะนั้นเขาคงไม่ยินยอมกลับมาเป็นกระสัยยาให้นางต่อไป ขอเพียงนางเข้าตระกูลมู่ เข้าใกล้กับชายหนุ่มที่เสมือนเทพผู้นั้น
เฟิงหรูชิงมองไปรอบๆ “จวนเทียนเสินที่ว่ากันก็มีแค่นี้เอง เฉินเอ๋อร์ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งอย่างนั้นหรือ น่าขันนัก! คำพูดฝ่ายเดียวของตระกูลฉิน กลับทำให้คนทั่วหล้าเชื่อโดยไม่สงสัย”
สีหน้าฉินเสี่ยวเย่ว์เปลี่ยนไป หัวเราะเสียงเย็น “หากมิใช่เห็นเขาน่าสงสาร ด้วยกำลังของตระกูลฉินทำไมต้องรับเลี้ยงเขาไว้ด้วย”
“เกรงว่ามีเพียงตระกูลฉินเ