เจ้าไม่ต้องดูแลข้าหรอก ข้าพักผ่อนเองก็พอ”
ปรมาจารย์ไห่หรงลุกขึ้นด้วยรอยยิ้ม เขาชะงักฝีเท้า เอ่ยอีกว่า “จริงสิ หากนางหนูกลับมาแล้ว บอกข้าสักคำ ข้ายังมีอีกหลายจุดที่อยากวิเคราะห์กับนาง”
สิ้นเสียงปรมาจารย์ไห่หรงก็ออกจากห้องโถงไป
จนกระทั่งร่างชายชราหายลับ มู่หลิงค่อยได้สติกลับมา เขามุ่นคิ้วถามว่า “ชิงเยียน ทำไมเจ้าถึงพูดกับปรมาจารย์ไห่หรงเช่นนั้น”
เฉินชิงเยียนกระบอกตาแดง กัดริมฝีปาก “พี่หลิง นิสัยของปรมาจารย์ไห่หรงไม่ใช่ว่าท่านไม่รู้ หากเขาเข้าข้างซู่อีไม่รักษาให้ท่านผู้เฒ่าแล้วจะทำอย่างไร ข้ากับฮวนเอ๋อร์ทนกล้ำกลื นได้ แต่ข้ากังวลที่สุดก็คือท่านผู้เฒ่า หากเขาระเบิดอารมณ์ออกมา ใครก็ยากจะเกลี้ยกล่อมได้”
มู่หลิงเงียบไม่พูด
“อีกอย่าง…” เฉินชิงเยียนช้อนตาที่เอ่อด้วยน้ำตาขึ้นมา ท่าทางน่าสงสารจับใจ “ปรมาจารย์ไห่หรงเคยสาบานว่าจะไม่ลงมือช่วยใครอีก วันนี้เขายอมช่วยเหลือ ก็เพราะเห็นแก่หน้าพี่ซู่อี ข้าทำเช่นนี้ก็เพราะอาการป่วยของท่านผู้เฒ่า เขาดีกับพี่ซู่อีปานนั้น เพื่อนางแล้วยอมทำร้าย