ยิ้มออกอย่างอ่อนโยน “หลิวสยา เรื่องนี้อย่าให้ท่านพ่อท่านแม่รู้เด็ดขาด พวกเขาไม่มีทางยอมฉินเฉินกับหลัวลี่คบหากันแน่”
หากฉินเฉินเกาะตระกูลหลัวได้ อย่างนั้นพวกเขา…จะไม่มีทางทำให้ฉินเฉินเป็นกระสายยาให้นางได้อีก
ด้วยเหตุนี้หากท่านพ่อท่านแม่รู้เรื่องนี้ก็เป็นเภทภัยสู่เฉินเอ๋อร์
แต่ว่า…นางเชื่อในตัวฉินเฉิน
ไม่ว่าฉินเฉินจะเย็นชากับนางขนาดไหน ในใจเขาก็ยังมีพี่สาวอย่างนาง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่กลับตระกูลฉิน
ดังนั้นต่อให้ฉินเฉินออกจากจากตระกูลฉิน ก็ต้องเป็นหลังจากอาการป่วยของนางทรงตัว ก่อนหน้านั้นเขาไม่อาจติดตามหลัวลี่จากไปได้
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
หลิวสยากัดริมฝีปาก ตอบรับอย่างไม่เต็มใจ
“พวกเราไปกันเถอะ”
สุดท้ายฉินเฟยเอ๋อร์มองไปทางที่ฉินเฉินจากไป จากนั้นหมุนตัวเดินไปทางตรงข้าม
…
ในศาลารับลม
เฟิงหรูชิงเกียจคร้าน นั่งอยู่ฝั่งหนึ่งในศาลา
ภายใต้แสงแดดสาดส่อง รอบกายนางห้อมล้อมไปด้วยแสงอบอุ่น
จากนั้น…เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นคล้ายแหวกผ่านห้วงเวลาหลายยุคสมัยเข้าสู่โสตประสาทนาง
“ชิงชิง!” เฟิงหรูชิงเบี่ยงหน้ามอง ชั่วขณะนั้นได้เห็นใบหน้าสง่างามของเด็กหนุ่มในสายตานางเมื่อเทียบเด็กหนุ่มก่อนหน้านี้ ความขมขื่นหายไปจากหว่างคิ่ว