ในมิติแห่งนี้…”
“ไม่ได้อยู่ในมิตินี้?” เฟิงหรูชิงสีหน้าจริงจัง “ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“พูดได้ว่านอกจากบรรดาคนจวนเทียนเสินเองแล้ว ไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัดว่าจวนเทียนเสินอยู่ที่ใด แม้จะหาที่อยู่ของจวนเทียนเสินพบก็ไม่ได้เข้าไปได้ง่ายๆ คุณหนูท่านจะเข้าไปจวนเทียนเสินเพื่อ…”
ผู้อาวุโสเหลยอวิ๋นมองเฟิงหรูชิงแล้วเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล
“อ้อ” เฟิงหรูชิงยกยิ้มบาง “ไปหาคน”
“หาคน?”
“อื้อ ข้าจะไปหาคนคนหนึ่ง ผู้อาวุโสเหลยอวิ๋นท่านรีบส่งคนไปหาที่อยู่ของจวนเทียนเสิน”
ผู้อาวุโสเหลยอวิ๋นลังเลอยู่สักพักก็เงยหน้าขึ้นมองเฟิงหรูชิง “คุณหนู คุณชายหนานเสียน...ไม่ใช่คนจวนเทียนเสินหรือ? ท่านสามารถไปถามเขาได้”
“ไม่จำเป็น” เฟิงหรูชิงลูบคางแผ่วเบา “ข้าไม่อยากให้หนานเสียนก้าวเข้าไปในจวนเทียนเสินอีก”
หากให้เขารู้ว่านางต้องการไปจวนเทียนเสิน หนานเสียนไม่มีทางไม่ยุ่งกับนางแน่
ทว่านาง…ก็อยากปกป้องเขา
“ท่านแค่หาพื้นที่โดยประมาณก็พอแล้ว จวนเทียนเสินน่าจะมีคนเข้าออกบ่อย หากหาไม่พบจริงๆ ก็สุ่มจับมาคนหนึ่งแล้วทรมานบีบให้พูดที่อยู่ออกมา”
บีบเค้นข้อมูลด้วยการทรมานไม่ใช่วิธีที่ดี…
ทว่าหลายปีนี้ไม่เคยมีผู้ใดใช้วิธีนี้ ไม่ใช่เ