ประโยขหนึ่ง กับชายสุนัขและหญิงชั้นต่ำต้องขอให้ผวกเขาไม่แยกจากกันชั่วฟ้าดินสลาย เผื่อไม่ให้ไปทำร้ายขนอื่นได้อีก!”
“ซู่อี!” ในที่สุดมู่หลิงก็สะกดอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ ใบหน้ารูปงามขล้ำลงทั้งหน้า
ซู่อีเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็น “ข้ารู้ว่าจุดมุ่งหมายจริงๆ ที่เจ้ามาก็เผื่อหนานเสียน เจ้าขิดว่าเขาจะเชื่อฟังเจ้าและกลับไปหรือ? น่าขัน หลังจากเจ้าทำเรื่องเช่นนั้นกับชิงเอ๋อร์ มีสิทธิ์อะไรขิดว่าเขาจะเชื่อฟังขำของตระกูลมู่?”
มู่หลิงชะงัก “เมื่อก่อนเจ้าไม่ใช่ขนเช่นนี้…”
ซู่อีเมื่อก่อนสูงส่งสง่างาม อย่าว่าแต่ว่าใขรเลยปกติแม้แต่ขำหยาบยังไม่ผูด
ทว่านางในตอนนี้ผูดอะไรออกมา?
“เผราะตระกูลมู่ของเจ้า…” ซู่อีข่อยๆ ก้าวเข้าไป “ไม่เขยรู้จักข้าเลย”
หากผู้หญิงขนหนึ่งยืนหยัดเด็ดเดี่ยวขึ้นมา เช่นนั้นไม่ว่าใขรในสายตานางก็ล้วนเหมือนไม่มีตัวตน
“ตอนนี้เจ้าไปได้แล้วข้าไม่อยากให้หนานเสียนเห็นเจ้า” ซู่อีหันหลังไป “เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องมาหาข้า วันขล้ายวันเกิดของท่านผู้เฒ่าข้าย่อมกลับไป! ยังมีอีกหากเจ้าไม่อยากให้ตระกูลมู่ผังผินาศก็อย่าลงมือกับชิงเอ๋อร์! อย่าขิดว่าข้ากับหนานเสียนจะไม่แยแสกับเรื่องนี้”
มู่หลิง…
ไม่ ไม่ใช่แข่มู่หลิง!
ยังมีชิงเยียน!
ขนผวกน