แล้วว่าหนานเสียนเป็นลูกชายของท่าน”
ไม่เช่นนั้นนางไม่มีทางให้นางมาอยู่จวนองค์หญิงตั้งครึ่งปี
ซู่อีชะงักค้าง “เจ้ารู้นานแล้ว? ตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
“ครึ่งปีก่อน” เฟิงหรูชิงยักไหล่ยิ้มกริ่ม “พูดให้ชัดก็คือวันที่สองที่ได้รู้จักท่าน”
นิ้วของซู่อีจับปอยผมที่ข้างหูต้องการใช้มันปกปิดความตื่นเต้นในใจ
“เช่นนั้น…เหตุใดเจ้าจึงไม่เคยเอ่ยกับข้าเลย?”
นางคิดไปเองว่าปกปิดได้เป็นอย่างดี ใครจะรู้ว่าเฟิงหรูชิงรู้นานแล้ว
“อ้อ…ข้าเพียงแค่เห็นท่านเล่นละครคนเดียวอย่างมีความสุข จึงไม่อยากให้ท่านไม่สบายใจก็เลยแสดงเป็นเพื่อนท่าน”
คิ้วตาเฟิงหรูชิงโค้งมนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
รอยยิ้มในดวงตาทำให้คนหวั่นไหว เจิดจ้าราวกับแสงอาทิตย์
หนานเสียนก้าวออกมา นิ้วเรียวยาวลูบผมที่หน้าผากของนาง “เรื่องของเจ้าทำเสร็จแล้วหรือ?”
เขารู้ว่าสองสามวันนี้เฟิงหรูชิงเก็บตัวเพราะมีเรื่อง ทว่าเขาไม่ถามอะไรทั้งสิ้น สายตาสงบนิ่งมองไปยังหญิงสาวตรงหน้า
……….