อันชุ่ยเม้มปาก “ข้าจะรู้ได้อย่างไร ต้องถามนางสิ”
“หึ!” ถังอิ่นแค่นเสียงใส่ หันไปมองบรรดาคนที่มุงดู “เช่นนั้นเจ้าก็ถามคนรอบๆ ดูก็ได้ เสี่ยวชิงบ้านข้าผลักนางหรือไม่”
อันชุ่ยอึ้งงัน
ตอนนางชี้เฟิงหรูชิง เห็นแค่แผ่นหลังนางเท่านั้น
คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะหน้าตางดงามปานนี้
หากคนของแคว้นหลิวอวิ๋นต่างรู้จักนางละก็จะทำอย่างไรดี
ไม่!
ต่อให้เป็นคนงามแค่ไหน ไม่ใช่ว่าทุกคนจะคุ้นเคยกับอีกฝ่าย! นางได้แต่ลองเสี่ยงดวงดูแล้ว
“คนกลุ่มนี้จะช่วยอะไรได้” อันชุ่ยยิ้มอ่อนโยน “บางทีในบรรดาคนเหล่านี้อาจมีญาติหรือสหายขอนางอยู่ คอยช่วยนางพูดก็ได้”
สิ้นเสียงก็มีเสียงหัวเราะแกมประชดประชันดังออกมาจากฝูงชน
เสียงหัวเราะดังมากขึ้นทุกที ฟังแล้วแสบหูยิ่ง
“แม่นางท่านนี้ พวกเราก็แค่ชาวบ้านสามัญชนธรรมดา ย่อมไม่กล้าเป็นสหายกับองค์หญิง”
“นั่นสินั่นสิ นางไม่เพียงเป็นองค์หญิงเท่านั้น ยังเป็นผู้กล้าแห่งแคว้นหลิวอวิ๋นเรา! องค์หญิงของพวกเราจะทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร”
“แต่หากเป็นองค์หญิงก่อนหน้านี้ ก็รักสนุกอยู่บ้าง ตอนนั้นองค์หญิงยังเป็นคนอ้วนหนักสองร้อยหน้าสิบชั่ง เป็นคนละคนกับตอนนี้…”
เฟิงหรูชิงหน้าบึ้ง
พวกเจ้าช่วยลืมเจ้าคนอ้วน