นั่นไปได้หรือไม่
ยามนางเผชิญเรื่องแบบนี้ เคยคิดถึงความรู้สึกนางบ้างหรือไม่
บางทีนางคงอ่อนโยนเกินไป ดังนั้นคนทั้งหลายถึงกล้าเหยียบย่ำนางต่อหน้าเช่นนี้!
“สองร้อยห้าสิบหรือ” กู้อีอีแววตาแววโรจน์ ผลักอันชุ่ยตรงหน้าออกในคราเดียว สาวเท้าเข้าหาเฟิงหรูชิง ถามด้วยความยินดี “เมื่อก่อนเจ้าหนักสองร้อยห้าสิบชั่งหรือ”
เฟิงหรูชิง “…”
“พวกเราช่างมีวาสนานัก ข้าก็เหมือนเจ้าเมื่อก่อนล้วนหนักสองร้อยห้าสิบ[1]”
“…”
เฟิงหรูชิงหน้าคล้ำง้ำงออย่างที่สุด นางอยากอัดเจ้าอ้วนตรงหน้าให้ตาย!
“คือว่า…” กู้อีอีบิดไปมา “ข้าอยากรู้ว่า อืม…เจ้าผอมลงได้อย่างไร”
“พี่หญิง” อันชุ่ยกัดฟัน “ลดน้ำหนักมิได้ง่ายดายอย่างนั้น ท่านอย่าไปฟังคนกลุ่มนี้พูดเหลวไหลเลย อีกอย่างท่านก็เกิดมาอัป…”
คำพูดสุดท้ายของอันชุ่ยยังไม่ทันเปล่งออกมาหมด เพราะนางเห็นแววตาเย็นยะเยือกของเฟิงหรูชิงที่มองมา
“สองร้อยห้าสิบแล้วจะทำไมกัน”
อันชุ่ยอึ้ง ถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ
เฟิงหรูชิงใช้มือเดียวผลักคนอ้วนตรงหน้าหลบไป จากนั้นเดินเข้าหาอันชุ่ยต่อ “อ้วนแล้วเป็นอย่างไร”
อันชุ่ยกัดฟันไม่พูดไม่จา
อ้วนแล้วก็น่าเกลียดอัปลักษณ์เกินเปรียบ มิฉะนั่นคนของจวนเทียนเสินคงไม่รังเกียจกู้อีอีเช