ะ
เสี่ยวชิงยินดีในคราวเคราะห์ของคนอื่น มันกลั้นไม่ไหวออกมาสองคำ
หนานเสียนพลันตวัดสายตาเย็นชามองมาพอดี เสี่ยวชิงยังไม่ทันหุบรอยยิ้มก็ตัวแข็งค้างไปแล้ว
“เจ้านาย เมื่อครู่ข้าบอกแล้วว่ามีสัตว์วิเศษตัวหนึ่งผายลม ข้ากลั้นหัวเราะไม่ไหว ท่านจะเชื่อหรือไม่”
“อืม”
หนานเสียนสีหน้าเย็นชาดึงหางเสี่ยวชิงขึ้นมา เดินออกไปทางป่าด้านนอก กิริยาท่าทางเขาเหมือนกำลังจับงูตายตัวหนึ่ง ไม่ว่าเสี่ยวชิงจะร้องจะเรียกอย่างไรเขาก็ไม่สน
“นางหนู” จิ่วหมิงยิ้มร้ายที่มุมปาก เขาขยับเข้าไปข้างหูเฟิงหรูชิง น้ำเสียงแกมหัวเราะ “เรื่องที่นี่ก็ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว รอกลับไปแคว้นหลิวอวิ๋น พวกเราค่อยพบกันใหม่”
เฟิงหรูชิงมุ่นคิ้ว ถอยไปด้านหลังสองก้าวตามสัญชาตญาณ
“จิ่วหมิงหัวเราะร้ายขึ้นไปอีก นางหนู ข้าไม่กินเจ้าสักหน่อย ทำไมเจ้าถึงกลัวข้าเยี่ยงนี้”
“อ้อ นอกจากท่านกั๋วซือแล้ว ข้าไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้เกินไปนัก ข้าจะขนลุก”
จิ่วหมิงมุมปากกระตุก รอยยิ้มนั้นเกือบจะรักษาเอาไว้ไม่ได้
เขาเพิ่งถูกหนานเสียนยั่วยุไม่ทันไร นางหนูก็ทำเช่นกันอีก...ช่างน่าอิจฉาจากใจจริงๆ
เหมือนเฟิงหรูชิงจะรู้ว่าตัวเองทำเกินไปบ้าง หัวเราะเจื่อนๆ สองคำ “ข้ามิได้ตั้งใจจ