่งซ่อมได้ไม่ทันไรก็ถูกชิงน้อยเผาอีก เขาแค้นข้าจนเข้ากระดูก วันวันจับจ้องข้าไม่ไปไหน สายตาก็ชั่วร้ายเจ้าเล่ห์ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่”
ซู่อีมองหลิ่วอวี้เฉิน
แววตา…ชั่วร้ายเจ้าเล่ห์?
จู่ๆ นางก็รู้สึกว่าสายตาของเฟิงหรูชิงคงจะไม่ดีนัก
แววตาของชายหนุ่มลุ่มหลงเพียงนี้แสดงถึงความรู้สึกที่ยังคงอยู่
“ชิงเอ๋อร์ไม่ชอบเขาหรือ?” ซู่อียิ้มบาง
เฟิงหรูชิงในตอนนี้ไม่ได้สังเกตถึงคำเรียกที่สนิทสนมของซู่อีเลยสักนิด นางยิ้มหวานราวกับภาพวาด งามล่มเมือง
“ข้าชอบเพียงหนานเสียนกั๋วซือ”
ในตอนนั้นซู่อีก็เผยรอยยิ้มออกมา อบอุ่นราวไอแดด
เฟิงหรูชิงเดินลงมาจากหลังหมาป่าสีขาวแววตายิ้มกริ่ม “นิสัยของท่านกับกั๋วซือของข้าเหมือนกันมาก ดูเหมือนว่าพวกท่านล้วนไม่ชอบยิ้มกันนัก ความจริงแล้วท่านยิ้มออกมาแล้วงดงามยิ่งนัก อย่าจงใจปกปิดรอยยิ้มตัวเองเอาไว้ทั้งวันเลย”
มุมปากซู่อียกยิ้มบางๆ “ข้าชินเช่นนี้เสียแล้ว”
ตั้งแต่ออกจากตระกูลมู่นางก็เคยชินกับการควบคุมความรู้สึกทั้งหมดของตัวเอง ไม่เปิดเผยออกมาอีก
หลายปีผ่านไปก็กลายเป็นเปลี่ยนแปลงไม่ได้เสียแล้ว…
เฟิงหรูชิงยกมือขึ้นลูบใบหน้าซู่อี “ท่านกับกั๋วซือจะต้องมีเรื่องราวของตนเองแน่จึงได้เป็นเช่นนี้ เร