ห็นซู่อีที่ยืนอยู่ตรงหน้าเฟิงหรูชิงในทันที ชี้นิ้วใส่นางแล้วเอ่ยปากด่าทอ
“องค์หญิง เมื่อครู่ที่หม่อมฉันต้องการจะทูลก็คือนางสารเลวผู้นี้ นางต้องการจะยั่วยวนฝ่าบาท องค์หญิง ผู้หญิงเช่นนี้…”
เฟิงหรูชิงเลิกคิ้วขึ้น “หมาป่าสีขาว เจ้าส่งแขกไปไกลไม่พอ”
หมาป่าสีขาวโมโหร้อง ‘เอ๋าว์วู’ แล้วโบกหลิ่วฮูหยินออกไปอีกครั้ง
ครั้งนี้จากร่างของหลิ่วฮูหยินกลิ้งไปหลายตลบแล้วหายลับไปท่ามกลางสายตาทุกคน...
ซู่อีมองเฟิงหรูชิงค้าง “เมื่อครู่นางพูดเช่นนั้น เจ้าเชื่อหรือ?”
เฟิงหรูชิงยิ้ม “คนโง่จึงจะเชื่อคำของคนอื่น ที่ข้าเชื่อมีเพียงสัญชาตญาณของตัวเองเท่านั้น! มีบางครั้งแม้จะมองเห็นด้วยตาก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องจริง…”
ก็เหมือนกับตอนแรกที่นางรู้อยู่แล้วว่าถังอิ่นเข้าใกล้นางเพราะมีจุดประสงค์ ทว่านางหนูนั่นบริสุทธิ์เกินไป ดังนั้นนางจึงไม่ได้ไล่นางไปอย่างเด็ดขาดจริงจัง
เพราะว่านางเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง!
คนคนหนึ่งมีใจคิดร้ายและจุดประสงค์ร้ายหรือไม่ แค่มองก็เห็นได้อย่างชัดเจน!
นัยน์ตาซู่อีฉายแววเข้าใจ “ใช่แล้ว มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่เชื่อคำพูดของคนอื่น”
ตอนอยู่ตระกูลมู่ เฉินชิงเยียนใส่ร้ายนางไม่น้อย ชายคนนั้นที่พูดชัดถ้อยชัดคำว่า