ิงๆหรือบรรพจารย์เผ่าเยี่ยหันไปมองเจียงฉางเซิงอีกครั้งแม้ผู้สืบทอดมหามรรคาสายอื่นจะแสดงให้เห็นว่าแข็งแกร่งมากเพียงใด เขาก็ยังรู้สึกว่ามรรคาจารย์ผู้นี้ต่างหากที่แข็งแกร่งที่สุด ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เห็นชัดว่ามรรคาจารย์มีท่าทีสบายอกสบายใจ พลังของเขาช่างลึกล้ำจนมิอาจหยั่งถึง“ฟ้าดินสรวล มหาค่ายกลเทพยุทธ์ที่เจ้าเรียกร้องมาแล้วเหตุใดเจ้ายังคิดหนีอีกเล่า”เสียงอันน่าเกรงขามเสียงเดียวกับตอนก่อนหน้านี้ดังขึ้นอีกหน พวกเจียงฉางเซิงหันไปมองฟ้าดินสรวลอย่างห้ามตนเองไม่ได้ ตอนนี้เจ้าหมอนี่ยิ้มที่ปากแต่ไปไม่ถึงดวงตาดูเหมือนเจ้าตัวก็คงกระอักกระอ่วนอยู่บ้างเจียงฉางเซิงสังเกตเห็นว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ถูกย้ายเข้าไปในมหาค่ายกลล้วนระดับขั้นไม่ต่ำต้อย ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ที่ระดับขั้นต่ำอย่างพวกเฟิงอวี้กลับไม่ได้เข้าไป นี่เป็นการแบ่งแยกโดยเจตนาอย่างนั้นหรือดูจากสีหน้าของผู้ฝึกยุทธ์เหล่านั้น เหมือนพวกเขาก็หวาดกลัวมหาค่ายกลเทพยุทธ์นี่มากเช่นกันบรรพจารย์พุทธอารัมภะประกบฝ่ามือพนมแล้วเอ่ยว่า“อมิตตาภพุทธ ร่ำลือกันว่ายามใดมหาค่ายกลเทพยุทธ์ปรากฏ สรรพสิ่งเหี่ยวเฉาโรยรา อาตมาก็อยากเห็นเหมือนกันว่าโลกเทพยุทธ์จะสังหารผู้ฝึกยุทธ์ทั้