นก็เวียนหัวร่างของนางล้มไปทางมู่หลิง
เดิมหลังจากมู่หลิงได้ยินคำพูดของท่านผู้เฒ่าก็เกิดความสงสัยในใจ
ซู่อีเคยช่วยเขา มันเรื่องเมื่อใดกัน? เหตุใดเขาไม่รู้?
แต่ไม่ปล่อยให้เขาได้คิดอะไรมากนักเฉินชิงเยียนก็ล้มมาใส่ เขาตกใจรีบรับร่างเฉินชิงเยียนเอาไว้ ตกใจจนหน้าซีด
“ชิงเยียนเป็นอะไรไป? เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
นิ้วของเฉินชิงเยียนนวดที่ขมับเบาๆ น้ำเสียงอ่อนแรงแต่กลับมีรอยยิ้มบางเบา “ข้าไม่เป็นไร อาจเป็นเพราะเมื่อครู่เสียเลือดมากไปทำให้ข้าเวียนหัวเล็กน้อย เดี๋ยวข้าไปพักผ่อนสักพักก็ดีขึ้นแล้ว”
มู่หลิงชะงัก สายตาของเขาจับจ้องที่แผลบนหน้าผากของเฉินชิงเยียนอีกครั้งใจก็เจ็บปวด “ชิงเยียน ขอโทษ ข้ากลับมาช้าไป…”
เฉินชิงเยียนกุมมือมู่หลิงแผ่วเบา “ข้าไม่เป็นไรท่าน ไม่ต้องโทษท่านพ่อ เป็นข้าที่ทำไม่ดีท่านพ่อจึงโกรธ ข้าสู่ท่านพี่ซู่อีไม่ได้สักอย่าง ท่านพ่อชอบท่านพี่ซู่อีก็เป็นเรื่องธรรมดา สำหรับข้าแล้วขอเพียงแค่ได้อยู่กับท่านก็เพียงพอแล้ว ข้าไม่ขออะไรอีก”
ตอนอายุยังน้อยนางเสียท่านแม่ไป มู่หลิงเป็นความอบอุ่นเดียวของนาง เขารับนางเอาไว้ในตอนที่นางยากจนท้อแท้ไม่มีที่ไป นางอาจหลงรักเขาตั้งแต่ตอนนั้น ชีว