เพราะตอนนั้นหลิ่วอวี้เฉินปฏิเสธที่จะแต่งงานกับชิงเอ๋อร์ แต่เป็นเสนาบดีหลิ่วที่อ้างว่าขัด
ราชโองการต้องถูกประหารทั้งโคตรมาบีบบังคับหลิ่วอวี้เฉิน
ความจริงแล้ว ท่านพี่ก็ไม่ยอมให้ชิงเอ๋อร์แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักนาง และตั้งใจว่าจะออกหน้าปฏิเสธราชโองการแทนเสนาบดีหลิ่ว แต่เป็นเสนาบดีหลิ่วเองที่ไม่รับข้อเสนอของน่าหลานฉางเฉียนเสียเอง
อีกอย่าง ต่อให้เทียนอวี้โมโห ก็คงเพ่งเป้าไปที่หลิ่วอวี้เฉินคนเดียว ไม่ถึงขั้นสั่งประหารคนทั้งสกุลหลิ่วเพียงเพราะความโมโหนี้
ส่วนเหตุการณ์หลังจากนั้น…นางได้ยินว่าหลิ่วอวี้เฉินมักหาเรื่องทำให้ชิงเอ๋อร์โกรธเป็นประจำ หากไม่มีเรื่องเหล่านั้น นางคงไม่รังเกียจหลิ่วอวี้เฉินแบบนี้!
กว่าชิงเอ๋อร์จะเปลี่ยนใจได้ ยอมเลิกกับหลิ่วอวี้เฉิน แต่เขายังตามรังควานนาง ถ้าไม่เรียกว่ากระทำการสามานย์แล้วจะเรียกว่าอะไร
เมื่อเห็นแววตาอันดุดันของน่าหลานเยียน เสนาบดีหลิ่วนัยน์ตาดูสิ้นหวัง
เขารู้ว่าครั้งนี้บ้านสกุลหลิ่วคงถึงคราวจบสิ้น
“เทียนอวี้ ข้าเหนื่อยแล้ว ข้าจะไปจวนองค์หญิงก่อนล่ะ ท่านเลิกว่าราชการแล้วค่อยตามไปหาข้า”
น่าหลานเยียนยิ้ม เมื่อพูดกับเฟิงเทียนอวี้จบก็เดินออกจากท้องพระโรงไป
หากต้องเปลืองน้ำลายกับคนพวกนี้ นางไปหาลูกสาวสุดที่รักยังดีเสียกว่า
น่าหลานฉางเฉียนเห็นน่าหลานเยียนกำลังจะเดินออกไป และมองเห็นพวกขันทียกเหล้าวิเศษเข้ามา เขาไม่สนใจคนอื่น เขาหันหน้าไปถวายบังคมเฟิงเทียนอวี้