งเรียบๆ “ข้าได้ยินว่าช่วงก่อนหน้านี้ แคว้นหลิวอวิ๋นมีภัย เหล่าขุนนางใหญ่จำนวนมากมาเข้าร่วมแก้ไขสถานการณ์ เรื่องนี้ทำให้ข้าแปลกใจยิ่งนัก แต่ดูเหมือนขุนนางหลายคนไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกเขาไปไหน สละชีพไปในเหตุการณ์ครั้งนั้นหรือไม่”
น่าหลานฉางเฉียนยิ้มแสยะ แล้วเดินมาข้างหน้าอย่างช้าๆ “ทูลฮองเฮา เหล่าขุนนางบุ๋นที่กลัวตายพวกนั้น ก่อนหน้านี้ไม่นานบีบบังคับให้ฝ่าบาทลงโทษองค์หญิง จึงถูกเนรเทศไปยังชายแดน เมื่อชายแดนเกิดวิกฤต คนพวกนั้นกลับฉวยโอกาสหนีไป พวกที่ไม่ได้หนีก็ถูกฆ่าตายระหว่างหาทางเอาชีวิตรอด”
เฟิงเทียนอวี้ขมวดคิ้ว หากไม่เป็นเพราะเยียนเอ๋อร์ถามขึ้นมา เขาก็คงลืมคนที่ถูกเนรเทศเหล่านั้นไปเสียแล้ว
ดูท่าการที่เขาเนรเทศคนพวกนั้นถือเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิด หากเก็บพวกเขาไว้ในราชสำนัก คงจะกลายเป็นพวกขายชาติเช่นเดียวกับหลิวอวิ๋นเซียว!
“อ้อ ถูกต้องแล้วที่เนรเทศไป ลูกสาวของข้า จะให้ใครมาแตะต้องได้อย่างไรกัน” น่าหลานเยียนหัวเราะหึ “อีกอย่าง ก่อนข้าจะมาที่ท้องพระโรง ชิงเอ๋อร์ให้เหล้าวิเศษกับข้าจำนวนหนึ่ง เพื่อใช้เป็นรางวัลแก่เหล่าขุนนางที่มีความดีความชอบ จริงสิ มีใครบ้างที่ไม่ได้ร่วมต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเมือง”
เหล่าขุนนางต่างมองหน้ากัน จากนั้น…
ดูเหมือนขุนนางทั้งหลายจะตกลงกันไว้ พวกเขาขยับตัวไปด้านข้างท้องพระโรงสองก้าว
กลางท้องพระโรง เหลือเพียงเสนาบดีหลิ่วยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว
“ดูท่ามีเพียงคนเดียวเท่า