นั้นที่รักตัวกลัวตาย” น่าหลานเยียนยิ้มน้อยๆ “แต่แคว้นหลิวอวิ๋นเราก็ใช่ว่าจะเลือดเย็น คนรักตัวกลัวตายไม่ผิดอะไร ข้าคงไม่ถือโทษเจ้าเพราะเรื่องนี้ เพียงแต่ว่า…เทียนอวี้ คนๆ นี้ต่อไปท่านอย่าเอามาใช้งานอีกเลย หากเกิดเหตุการณ์คับขันแล้วเขาหนีไป จะพลอยสร้างความเดือดร้อนให้ท่านด้วย”
เฟิงเทียนอวี้มองดูเสนาบดีหลิ่วด้วยท่าทีสงบ
อันที่จริง สมัยก่อนเสนาบดีหลิ่วก็ถือว่ามีความจงรักภักดี เพียงแต่ว่าในตอนนั้น เขายังไม่ได้เป็นเสนาบดีเท่านั้นเอง
บัดนี้…อาจเป็นเพราะเสพสุขจนเคยตัว ทั้งนั่งอยู่ในตำแหน่งสูง เวลานานไปย่อมกลายเป็นผู้รักตัวกลัวตาย อ่อนแอไร้ความสามารถ
เสนาบดีหลิ่วทำตัวไม่ถูก
ในความคิดของเขา คนทุกคนล้วนต้องรักตัวกลัวตาย ทำไมบัดนี้จึงมีเพียงเขาคนเดียว…แม้แต่เพื่อนสักคนก็ไม่มี
“ข้าจะไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเจ้า แต่บัญชีแค้นส่วนตัว ข้าคงต้องสะสาง” จู่ๆ ท่าทางของน่าหลานเยียนก็ดูดุดันขึ้นมา “เสนาบดีหลิ่วอยู่ไหน”
เสนาบดีหลิ่ว “…”
เขาทั้งสองของเขาสั่นเทา เขากลัวน่าหลานเยียนจนแทบร้องไห้
น่าหลานเยียนเห็นคนที่อยู่ด้านล่างคนนั้นไม่ตอบสนองใดๆ นางจึงขมวดคิ้ว “เสนาบดีหลิ่ว ข้าเรียกเจ้าออกมา เจ้าไม่ได้ยินหรืออย่างไร”
เสนาบดีหลิ่วปากสั่น เมื่อเขาเปิดปากพูดไปว่า “ฮองเฮาพ่ะย่ะ…”
“หุบปากเดี๋ยวนี้” น่าหลานเยียนแผดเสียง “ข้าเรียกเสนาบดีหลิ่ว เจ้ามันพวกอ่อนแอไร้ความสามารถ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น!”
เสนาบดีหลิ่ว “…”
“เหอ