เจ้ายังโกรธข้าอยู่หรือ เจ้าจะโกรธไปถึงเมื่อไร ข้าให้คนมาคอยดูเจ้าอยู่ที่นี่เป็นเวลาสิบกว่าปีแล้ว ตอนที่เจ้าลงมาจากเขาข้าก็รีบออกตามหาเจ้า มันยังไม่พออีกหรือ เจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร เจ้าบอกข้าสิ!”
ซู่อีหันกลับมามองพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ “จะว่าไป ข้ามีเรื่องหนึ่งจะบอกกับเจ้า”
มู่หลิงดีใจ เอ่ยถามกลับไปว่า “เรื่องอะไร เจ้าบอกมาเลย”
“เรื่องการแต่งงานของหนานเสียน ให้เขาเป็นคนตัดสินใจเอง ข้าไม่อยากให้คนในบ้านเจ้าไปทำให้เขาต้องอึดอัดใจ”
ชีวิตนี้ คนคนเดียวที่นางเป็นห่วงเป็นใย ก็เหลือเพียงหนานเสียนเท่านั้น
นางไม่ยอมให้คนที่นางรักที่สุดอยู่อย่างไม่เป็นสุข
แต่เมื่อก่อนคงมีเพียงแค่หนานเสียนคนเดียว ถ้าหนานเสียนแต่งงานไป แน่นอนว่าคนที่นางห่วงคงไม่ได้มีแค่หนานเสียนเท่านั้น
“เป็นไปไม่ได้!” มูหลิงขมวดคิ้ว “กฎของตระกูลมู่ ไม่ว่าใครก็ห้ามแต่งงานเองตามอำเภอใจ จะต้องทำตามคำสั่งของพ่อแม่เท่านั้น!”
ดังนั้น สมัยก่อนเพราะพ่อของมู่หลิงไม่ชอบชิงเยียน เขาเลยไม่แต่งงานกับนาง หลังจากนั้นเขาก็พาซู่อีกลับมาด้วย เมื่อได้รับความเห็นชอบจากพ่อ เขาจึงได้แต่งงาน
เขาไม่ฝ่าฝืนคำสั่งของพ่อ จึงได้แต่รับชิงเยียนไว้เป็นอนุ แล้วเหตุใดจะยอมให้หนานเสียนตัดสินใจเรื่องแต่งงานเองได้
สิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดก็คือ กฎของตระกูลมู่คือห้ามมีอนุก่อนมีเมียหลวง ด้วยเหตุนี้ตอนแรกซู่อีไม่รู้ว่าเขามีอนุ จึงหลงคิดไปว่าเขาไม่ใช่คนหลายใจมีหลายเมีย จึงยอม